บทความ

>

ทักษะใหม่ของนักบัญชีด้าน Data Analytic

ทักษะใหม่ของนักบัญชีด้าน Data Analytic

HIGHLIGHT :

  • ข้อมูลได้กลายมาเป็นทรัพย์สินที่มีค่าขององค์กร แต่การจะใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์ได้นั้น จะต้องนำมาผ่านกระบวนการวิเคราะห์ งานบัญชีซึ่งเป็นงานหลักของธุรกิจและมีข้อมูลสำคัญมากมาย จึงมีความเกี่ยวข้องและต้องใช้ประโยชน์จากการจัดการข้อมูลเหล่านั้น ทำให้นักบัญชีจำเป็นต้องมีทักษะเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกของข้อมูล

เวลาในการอ่าน 1 นาที


ในโลกธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกธุรกิจต่างให้ความสำคัญกับข้อมูลเป็นอย่างมาก ในอดีตการจัดเก็บและการวิเคราะห์ข้อมูลมีข้อจำกัด ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจขาดข้อมูลที่มีความสำคัญต่อการวางแผนและการบริหารกิจการ แต่ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้ข้อจำกัดในเรื่องการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ลดลงหรือหมดไป การไหลบ่าของ Big Data และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่นี้ ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินธุรกิจในทุกๆ ด้าน

งานทางด้านบัญชีก็เป็นงานอีกประเภทหนึ่งที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาททำให้เป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้น  งานบัญชีเป็นการทำงานกับข้อมูล เพื่อประเมินผลการดำเนินงานภายใต้กรอบของหลักการและวิธีการบัญชี เป็นงานหลักของทุกธุรกิจ การตัดสินใจของผู้บริหารกิจการมักจะต้องอ้างอิงข้อมูลทางบัญชีจากนักบัญชีเป็นสำคัญ และด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนธุรกิจนี้เอง ทำให้บทบาทของนักบัญชีจำเป็นต้องมีทักษะใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงนี้

ทักษะที่จำเป็นของนักบัญชีในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ประกอบด้วย

1. ทักษะในการบริหารจัดการข้อมูล  ที่มีความหลากหลาย ไม่มีโครงสร้างรูปแบบตายตัว เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์และตอบคำถามทางธุรกิจ

2. ความเข้าใจในบริบททางธุรกิจ สามารถกลั่นกรองปัญหาหรือโอกาสทางธุรกิจให้เป็นคำถามที่สำคัญ เพื่อให้เกิดคำตอบ รวมทั้งเข้าใจใน Data Flow ของธุรกิจและความสัมพันธ์ระหว่างกันของข้อมูลเหล่านั้นในบริบททางธุรกิจ

3. มี Mindset ในการคิดวิเคราะห์ สงสัย สนใจและอยากรู้

ในเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลนั้น มักเข้าใจผิดว่าเป็นการวิเคราะห์เชิงพรรณนาว่า “คืออะไร” หรืออธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นเท่านั้น แต่การวิเคราะห์ที่ให้คุณค่าและธุรกิจต้องการจะไปให้ถึงคุณค่านั้นคือ การคาดการณ์ว่า “จะเป็นอย่างไร” ทำนายในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นหรือพยากรณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต และการวิเคราะห์ไปให้ถึงว่า “เราควรทำอย่างไร?” ต่างหาก จึงจะถือเป็นข้อมูลที่มีความหมายต่อองค์กร ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ที่มีความซับซ้อนและยากที่สุด เพราะไม่เพียงพยากรณ์หรือทำนายว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่ยังให้คำแนะนำในทางเลือกและผลแต่ละทางเลือกว่าจะเป็นอย่างไร เป็นการรวมการวิเคราะห์ข้อมูลเข้ากับรูปแบบธุรกิจของตนเอง นอกจากนี้ยังสามารถใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการระบุแนวโน้ม หรือรายการผิดปกติที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป

ทักษะดังกล่าวนั้น มีบทบาทในการขยายขอบเขตและความรับผิดชอบของนักบัญชีให้เพิ่มขึ้นไปอีกขั้น โดยความสามารถในการทำความเข้าใจ ประมวลผล ตีความ และให้ข้อมูลเชิงลึกแก่ผู้บริหารองค์กรเพื่อการตัดสินใจวางแผนกลยุทธ์  ผู้บริหารด้านการเงินและผู้ที่เกี่ยวข้องจะใช้ Big Data เพื่อค้นหารูปแบบพฤติกรรมของลูกค้าและแนวโน้มของตลาดเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ของบริษัทไปสู่เป้าหมายต่อไป


สรุปและเรียบเรียงโดย : ปิยารมย์ ปิยะไทยเสรี
ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ประกอบการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

หรือแชร์บทความ

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

การบัญชีและการเงินธุรกิจ
ทักษะและการพัฒนา

บทความก่อนหน้า

สมการสร้างคุณค่าทางธุรกิจ (ตอนที่ 3)

บทความถัดไป

วางกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจ สร้างความยั่งยืนสู่สังคม