บทความ

>

นวัตกรรม : ความหวังใหม่เพื่อฟื้นฟูไทยกลับมา (ตอนที่ 6)

นวัตกรรม : ความหวังใหม่เพื่อฟื้นฟูไทยกลับมา (ตอนที่ 6)

HIGHLIGHT :

  • นวัตกรรม ความหวังใหม่เพื่อฟื้นฟูไทยกลับมา (ตอนที่ 6) : การพัฒนา Eco-Innovation ไม่เพียงแต่จะช่วยแก้ไขและพัฒนาระบบนิเวศให้ดีขึ้น แต่ยังส่งผลดีต่อธุรกิจอีกด้วย ในบทความนี้เป็นเนื้อหาต่อจากตอนที่ 5 ที่กล่าวถึง การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยใช้นวัตกรรมที่เรียกว่า “Eco-Innovation” พร้อมทั้งกรณีศึกษาบริษัทที่ประสบความสำเร็จจากการพัฒนา Eco-Innovation

เวลาในการอ่าน 4 นาที


จากสถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบทางลบ ต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง “นวัตกรรม” จึงถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ว่าเป็นทางรอดทางเศรษฐกิจและเป็นความหวังที่จะฟื้นฟูประเทศไทย บทความชุด “นวัตกรรม : ความหวังใหม่เพื่อฟื้นฟูไทยกลับมา” นี้ได้รวบรวมข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ “นวัตกรรม” มาเพื่อจะเป็นประโยชน์ในการพลิกโฉมประเทศไทย ให้หลุดพ้นจากสภาพปัญหาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ตอนที่ 1 : ได้พูดถึงเรื่องนวัตกรรมในแง่ของ ความหมาย ประเภท และประวัติศาสตร์ ถือเป็นการเรียนรู้อดีต เพื่อเข้าใจปัจจุบัน และสร้างสรรค์อนาคต

ตอนที่ 2 : ทำความเข้าใจความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกระบวนการสร้างให้เกิดนวัตกรรม (Process of innovation) ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของปัจจัยแวดล้อมที่ทำให้เกิดนวัตกรรม ความแตกต่างระหว่าง Invention และ Innovation การแพร่ของนวัตกรรม ตลอดจนนวัตกรรมกับการประยุกต์ใช้ในธุรกิจ เพื่อที่จะสามารถรักษาและยกระดับความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจในอนาคต

ตอนที่ 3 : การสร้างนวัตกรรมในยุค Digital จำเป็นอย่างมากที่ต้องใช้เทคโนโลยี เนื่องจากเป็นยุคที่คนส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีผ่านเครื่องมือต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำงาน การค้นหาข้อมูลสินค้าและบริการ ตลอดจนการโอนชำระเงิน ในบทความนี้จะกล่าวถึงแนวโน้มของการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้ตอบโจทย์กับธุรกิจในอนาคต

ตอนที่ 4 : การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการใหม่ๆ ทางธุรกิจเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเป็นเนื้อหาต่อจากตอนที่ 3 ที่กล่าวถึงแนวโน้มของการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้ตอบโจทย์กับธุรกิจในอนาคต

ตอนที่ 5 : การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable development) ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากความล้มเหลวของการพัฒนาแบบดั้งเดิมที่ผ่านมาทั้งทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจของหลายๆ ประเทศที่ยิ่งพัฒนายิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำ ในบทความตอนนี้จะกล่าวถึงนวัตกรรมที่เรียกว่า “Eco-Innovation” ที่หลายธุรกิจนำมาใช้เพื่อช่วยแก้ไขและพัฒนาระบบนิเวศให้ดีขึ้น

ต่อเนื่องจากบทความตอนที่แล้วในเรื่องการพัฒนา Eco-Innovation ซึ่งยังคงมีความน่าสนใจในมุมของธุรกิจ ที่ไม่ได้เป็นเพียงในมุมของการเพิ่มภาระหรือต้นทุนแก่ธุรกิจเพียงเท่านั้น แต่ในทางตรงกันข้ามกลับจะสามารถช่วยสร้างกำไร (Profitability) ในการทำธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่าของกิจการ

1) Shared Gains

ในการสร้าง Eco-Innovation ให้เกิดขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์บริการ หรือกระบวนการธุรกิจจะต้องหาทางพัฒนาแบบจำลองธุรกิจควบคู่ไปด้วย แบบจำลองที่ว่าอาจเกี่ยวข้องกับการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ซึ่งไม่เฉพาะแต่ภายในของธุรกิจเท่านั้น แต่จะต้องให้เกิดประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียของธุรกิจด้วย อย่างนี้จึงจะเกิดมูลค่าเพิ่ม หรือประโยชน์ส่วนเพิ่มบนห่วงโซ่คุณค่าจากต้นน้ำถึงปลายน้ำได้ทั้งหมด เราอาจเรียกมูลค่าส่วนเพิ่มนี้ได้ว่า Shared Gains”

  • Shared Gains อาจมีลักษณะเป็นการแก้ปัญหาโดยอาศัยนวัตกรรม (New innovative solution) ซึ่งเข้าไปช่วยแก้ไขหรือลดปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ที่ส่วนรวมกำลังเผชิญอยู่
  • Shared Gains อาจเป็นผลประโยชน์หรือการประหยัดที่ได้จากนวัตกรรมนั้นที่ช่วยให้เกิดการจัดหาใช้วัตถุดิบในการผลิต และ/หรือ การขนส่งวัตถุดิบ และสินค้าบริการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  • Shared Gains อาจเป็นผลประโยชน์หรือการประหยัดที่ได้จากนวัตกรรมนั้นที่ช่วยให้เกิดการลดค่าใช้จ่ายจากการบริหารการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ
  • Shared Gains อาจเป็นผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการ Shared costs ในการทำงานร่วมกันในทางเทคนิคและข้อมูล ซึ่งเกิดขึ้นจากการดำเนินงานเมื่อใช้นวัตกรรมนั้น

กรณีศึกษา บริษัท Eco2Distrb

Eco2Distrb เป็น French Startup Company ที่ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม (Liquid products) แก่ลูกค้าโดยตรง ที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตของยอดขายกว่า 15% ต่อปี และสินค้ามีอัตราการหมุนเพิ่มขึ้นถึง 200% ในช่วง 3 ปี มีการขยายผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่ม Supermarket Chains ในประเทศและตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น บริษัทได้ทำโครงการลดขยะที่เกี่ยวข้องกับการหีบห่อ (Packaging) ซึ่งจะต้องเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภคของผู้บริโภค ทั้งนี้ต้องให้ความสำคัญโดยการทำให้เป็นกลยุทธ์ของธุรกิจ

Eco2Distrb ได้ร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้องต่างๆ บนห่วงโซ่คุณค่า เช่นมีการออกแบบขนาดของถุงบรรจุเครื่องดื่มขนาด 1,000 ลิตร ทำให้ลูกค้าไม่ต้องรับไปเป็นแบบขวด ซึ่งเกิดขยะมากกว่า หรือแม้แต่การจะให้มี Vending Machine เพื่อจำหน่ายเครื่องดื่มให้ลูกค้ารับไปจากเครื่องโดยตรงโดยไม่ต้องกลับมาที่เจ้าหน้าที่ทำการหีบห่ออีก จะสามารถช่วยประหยัดบรรจุภัณฑ์ ลดขยะและยังลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ทำให้ราคาขายปลีกปรับลดลงได้ถึง 25% ส่งผลให้ผู้บริโภคประทับใจอย่างมากเพราะได้เครื่องดื่มที่ราคาถูกลง และยังช่วยดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมได้ด้วย

กรณีศึกษา บริษัท Interface

Interface เป็นบริษัทผลิตพรมของสหรัฐอเมริกา ซึ่งสังเกตว่า เส้นใยไนล่อน (Nylon Yarn) เป็นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิตพรม ซึ่งต้นทางการผลิตเส้นใยสังเคราะห์ประเภทนี้ก็ไม่ค่อยดีต่อสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว และพรมไนล่อนเก่าก็จะกลายเป็นขยะที่ยากต่อการทำลาย และส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมอีก Interface จึงเริ่มโครงการผลิตพรมจากเส้นใยไนล่อนเก่าโดยนำมาทำการ Recycle

Interface ย้อนกลับไปดูว่ามีบริษัทใดบ้างที่จะเป็น Partners บนห่วงโซ่คุณค่าของตน โดยพยายามคิดนอกกรอบ จนได้พบกับ Zoological Society of London และ บริษัท Aquafil ที่เป็นคู่ค้าด้านเส้นใยของบริษัท Interface อยู่แล้ว Aquafil นี้เป็นบริษัทสัญชาติอิตาลี ทั้ง 2 พันธมิตรนี้ได้แนะนำว่ามีเส้นใยเก่าจากแหอวน จากการทำประมงในน่านน้ำของฟิลิปปินส์ทำให้ Interface สามารถมีแหล่งวัตถุดิบของ Recycled Yarn มาผลิตพรมได้

2) Stay Ahead of Standards and Regulation

ความตั้งใจของธุรกิจที่จะพัฒนา Eco-Innovation ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว แต่อย่าสร้างแค่เพียงให้ผ่านต่อข้อกำหนดขั้นต่ำตามกฏระเบียบ และ/หรือกฎหมายเท่านั้น แต่ควรตั้งใจทำในสิ่งที่เป็นมาตรฐานที่สูง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่ทำเพียงใกล้กับมาตรฐานขั้นต่ำแล้ว จะทำให้ผลิตภัณฑ์ของเรามีคุณค่ามากกว่า นำไปสู่มูลค่าที่ดีกว่าและช่วยเปิดประตูของโอกาส เช่น การขยายตลาดได้อย่างกว้างขวางและมั่นคงมากกว่า

กรณีศึกษา บริษัท Multibax

Multibax เป็นบริษัทของไทยที่ทำผลิตภัณฑ์ Biodegradable bag โดยนำพลาสติกบางชนิดที่ย่อยสลายได้มาทำการผสมกับสารธรรมชาติที่มีอยู่ในประเทศไทย ผลิตเป็นเม็ดไบโอพลาสติกและนำไปขึ้นรูปเป็นถุงพลาสติกที่สามารถย่อยสลายกลับคืนสู่ธรรมชาติกลายเป็นดินและนำไปปลูกพืชได้เมื่อมีการฝังกลบ

Multibax เป็นตัวอย่างของบริษัทที่ยึดครองโอกาสจากการขยายตัวของความต้องการ Biodegradable bags ที่มาจากทั้งกฏระเบียบในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะทางยุโรปและจากกระแสความต้องการ Green Products ในลักษณะนี้ที่เกิดขึ้นทั่วโลก การทุ่มเทวิจัยและพัฒนาในนวัตกรรมนี้ผนวกกับโอกาสทำให้สามารถขยายกำลังการผลิตได้หลายเท่า ผลิตภัณฑ์ของบริษัทผ่านมาตรฐานการรับรองขั้นสูงจากหลายๆ ประเทศในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งมีบริษัทจำนวนน้อยเท่านั้นที่ผ่านมาตรฐาน

จากตัวอย่างของ Multibax ซึ่งเป็นบริษัทของคนไทย สามารถเป็นแรงบันดาลใจสำหรับผู้ประกอบการไทย ยกระดับตนเองออกจากการรับจ้างผลิต หรือก้าวออกจาก Comfort Zone ที่ว่าธุรกิจไทยเก่งแต่การให้บริการเท่านั้น หรือตัวอย่างของ Eco2Distrb และ Interface ที่ปรับวิธีการทำบรรจุภัณฑ์ใหม่ หรือผลิตสินค้าจาก Recycled Materials เพื่อช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเชื่อว่าศักยภาพของผู้ประกอบการไทยก็สามารถทำได้เช่นกัน ประเทศไทยหลัง COVID-19 นี้ ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องร่วมกันสนับสนุนการพัฒนา Startups และ SMEs เพื่อทำให้เกิดการพัฒนา Eco-Innovation ให้ได้ Eco-Products ใหม่ๆ ด้วยฝีมือของคนไทย และนำออกไปสู่ตลาดโลก เพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ช่วยพลิกฟื้นประเทศไทยให้กลับมาโดยเร็ว


เขียนโดย : ดร.กฤษฎา เสกตระกูล, CFP®   
รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานพัฒนาความยั่งยืนตลาดทุน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

หรือแชร์บทความ

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

นวัตกรรม

บทความก่อนหน้า

นวัตกรรม : ความหวังใหม่เพื่อฟื้นฟูไทยกลับมา (ตอนที่ 5)

บทความถัดไป

สมการสร้างคุณค่าทางธุรกิจ (ตอนที่ 1)