บทความ

>

Foodtech & Agtech โอกาสในการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

Foodtech & Agtech โอกาสในการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

HIGHLIGHT :

  • อะไรคือความท้าทายและโอกาสของธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร ในยุคปัจจุบันที่ความต้องการด้านอาหารเพิ่มขึ้นมาก แต่อุปสรรคด้าน Climate change และแนวคิด Sustainable mindset ก็เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงในการทำธุรกิจเช่นกัน
  • ในบทความนี้ได้สรุปมุมมองและแนวโน้มการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ในอุตสาหกรรมอาหาร การเกษตร และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการจากสตาร์ทอัพในเครือข่ายของ Plug & Play (PNP)

เวลาในการอ่าน 4  นาที


เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา Plug & Play (PNP) สำนักงานประเทศไทย เปิดตัว Food & Agtech program soft launch ที่จัดขึ้นในรูปแบบผสมผสานระหว่างงานเสวนาออนไลน์และกิจกรรม Networking ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีด้านอาหารและการเกษตร อาทิ คุณ Shawn Dehpanah, Executive Vice President, Head of Corporate Innovation PNP ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค  คุณ  Brian Tetrud, PNP, Global Director, Food & Beverage คุณ Dave Vosburg, Chief Financial Officer & Head of Emerging Technology Sensei Ag ร่วมแบ่งปันมุมมองและแนวโน้มการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ในอุตสาหกรรมอาหาร การเกษตร และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการจากสตาร์ทอัพในเครือข่ายของ PNP ทั้ง 12 บริษัท  ซึ่งกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ทำให้เห็นเป้าหมายของการดำเนินโครงการ Food & Agtech ในประเทศไทย แนวโน้มนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

  • ความท้าทายของอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร
  • 6 แนวโน้มที่มีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร
  • การนำเสนอแผนธุรกิจและนวัตกรรมที่น่าสนใจจากเทคสตาร์ทอัพด้าน Foodtech & Agtech

ความท้าทายของอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุค Digital Revolution

คุณ Shawn Dehpanah ให้ความเห็นว่าอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรกำลังเผชิญความท้าทายด้านต่างๆ เช่น การเพิ่มขึ้นของประชากรโลกที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตถึงร้อยละ 34 ภายในปี 2593 ซึ่งผลผลิตด้านอาหารและการเกษตรจะต้องมีอัตราการเติบโตถึงร้อยละ 70 เพื่อรองรับความต้องการในการบริโภคของจำนวนประชากรโลก แต่ทว่าอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรกำลังเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม อาทิการเสื่อมโทรมของคุณภาพดิน ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงเป้าหมายการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต

ความท้าทายต่างๆ เหล่านี้ ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านการปฏิวัติภาคการเกษตรจากยุค Green Revolution เข้าสู่ ยุค Digital Revolution ที่มีการนำเทคโนโลยีด้านต่างๆ เช่น Artificial Intelligence, Machine Learning, Biotechnology, Robotics และ Automation มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการใช้ทรัพยากรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดปริมาณความสูญเสียที่เกิดขึ้น เพื่อเป้าหมายสำคัญในการสร้างอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรที่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตและส่งออกสินค้าอาหารและการเกษตรเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และทาง PNP มองเห็นโอกาสในการเชื่อมโยงองค์กรชั้นนำ และสตาร์ทอัพจากทั่วโลกในครือข่ายของ PNP เพื่อเสริมศักยภาพและสนับสนุนระบบนิเวศสตาร์ทอัพด้านนวัตกรรมการเกษตรของประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต

แนวโน้มนวัตกรรมด้าน Food & Agtech ที่น่าจับตามอง

ช่วงการเสวนาโดย คุณ Brian Tetrud ทำให้เห็นภาพรวมการดำเนินโครงการ Food & Beverage ทั่วโลก โดยเริ่มต้นที่สำนักงานใหญ่ Silicon Valley ในปี 2560 และได้ขยายโครงการไปยังประเทศบราซิล ประเทศอิตาลี สาธารณรัฐประชาชนจีน ในปีที่ผ่านมา และมีแผนการขยายโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการ Food & Beverage ของ PNP ได้รับความร่วมมือจากบริษัทผู้นำด้านอาหารและเครื่องดื่มระดับโลกมากมาย และมีเครือข่ายสตาร์ทอัพที่มีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความท้าทายของอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร ตลอดทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพอาหาร (Food Safety) บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลผลผลิตทางการเกษตร การขนส่งสินค้าที่ช่วยยืดอายุผลิตภัณฑ์และรักษาความสดใหม่ระหว่างกระบวนการขนส่ง (Food Supply Chain) เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) การผลิตอาหารโดยนวัตกรรมขั้นสูง (Ingredient Innovation) เช่น โปรตีนทางเลือก (Plant-Based Meat) ผงปรุงแต่งอาหาร เป็นต้น นอกจากนี้ คุณ Brian ยกตัวอย่างการดำเนินโครงการ Fargo ซึ่งตั้งอยู่ที่ North Dakota ซึ่งเป็นโครงการทดลองทางการเกษตรที่ได้รับความร่วมมือจากองค์กรพันธมิตร โดยที่มีเป้าหมายพัฒนาให้เป็นฟาร์ม ที่ใช้หุ่นยนต์และระบบเทคโนโลยีในการปฏิบัติงานทั้งหมด (Fully Autonomous) ภายในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งโครงการดังกล่าวเพิ่งเริ่มดำเนินการในปีนี้ และทางทีมงานกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ เช่น การใช้โดรนที่มี Remote Sensing เทคโนโลยี เพื่อสำรวจพื้นที่ และประเมินอัตราการเติบโตของพืช โรคพืช หรือแมลง ที่อาจส่งผลต่อการเพาะปลูก เป็นต้น

ในช่วงที่สองของการเสวนา คุณ Dave Vosburg นำเสนอภาพรวมของ 6 แนวโน้มที่มีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร ได้แก่

1) Predictive Agriculture หรือการใช้เก็บข้อมูลและใช้วิธีการประมวลผลโดย Artificial Intelligence หรือ Machine Learning ช่วยให้เกษตรกรมีข้อมูลสำหรับวางแผนและติดตามแก้ปัญหาระหว่างกระบวนการเพาะปลูก ทำให้เกษตรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มคุณภาพของผลผลิต ลดความสูญเสีย และเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน
2) Next-Gen Proteins เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์โปรตีนคุณภาพสูงจากพืช หรือจากแหล่งอื่นๆ เช่นแมลง ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคและมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 
3) Consumer Sentiment is Changing ผู้บริโภคกำลังให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และมองหาผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ คงความสด ใหม่ ปราศจากสารเคมี มาจากแหล่งเพาะปลูกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถตรวจสอบได้
4) Sustainable Packaging เป็นประเด็นที่ได้รับความสำคัญมาสักระยะเวลาหนึ่ง และเราจะได้เห็นนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์อาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือแม้กระทั่งพลาสติกที่ผลิตจากพืชเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า
5) Breeding & Seeds – การใช้ AI และ Machine Learning ในกระบวนการ Computational Breeding เพื่อช่วยในกระบวนการวิเคราะห์และย่นระยะเวลาการทดลองผสมพันธุ์พืชเพื่อสร้างเมล็ดพันธ์ที่มีคุณค่าทางอาหารและคุณลักษณะที่เป็นที่ต้องการ เป็นกระบวนที่จะมีบทบาทสำคัญและมีการเติบโตในอนาคต 
6) Novel Farming ปัญหาด้านการขาดแคลนน้ำและสภาพภูมิอากาศทำให้ ระบบการทำการเกษตรรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะ Indoor Farming จะมีศักยภาพในการพัฒนารูปแบบธุรกิจและสร้างอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต

การนำเสนอนวัตกรรมจากสตาร์ทอัพ ที่ตอกย้ำว่า Digital Revolution กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

เข้าสู่ช่วงท้ายของกิจกรรมด้วยการนำเสนอรูปแบบธุรกิจของสตาร์ทอัพทั้ง 12 บริษัท ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำแนวโน้มต่างๆ ที่วิทยากรทั้งสามท่านได้กล่าวถึง เราได้ฟังการนำเสนอแผนธุรกิจจากเทคสตาร์ทอัพ ที่กำลังดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาการผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจต่างๆ มากมาย เช่น Micro Farm หรือ Mobile Farm ซึ่งเป็นระบบ Indoor Farming ขนาดเล็ก สำหรับธุรกิจที่ต้องการควบคุมคุณภาพและความสดใหม่ของผลผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์เนื้อปลาโดยใช้กระบวนการเพาะปลูกเซลส์ Cellular Cultivation การพัฒนาผลิตภัณฑ์นมโดยใช้ acellular technology ซึ่งสามารถสร้างผลิตภัณฑ์นมต่างๆ ที่มีกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อเทียบกับฟาร์มโคนมแบบดั้งเดิม นอกจากผลิตภัณฑ์ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ก็ยังมีสตาร์ทอัพที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Big Data และ Data Analytics และผลิตภัณฑ์ Plant Based Protein รวมถึงการใช้โดรนเพื่อช่วยในการผสมพันธุ์พืช เป็นต้น

กิจกรรมของ PNP ในครั้งนี้ ทำให้เห็นถึงนวัตกรรมต่างๆ ที่สามารถพลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรในหลายๆประเทศทั่วโลก ซึ่งนอกจากจะทำให้เรารู้สึกมีความหวังว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว ยังทำเห็นให้เราเห็นถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงเครือข่ายและขยายความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ รวมถึงสตาร์ทอัพทั่วทุกมุมโลก ที่จะทำให้อุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรของประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุค Digital Revolution ในอนาคต

 

ข้อมูลของ Plug and Play:

PNP เป็นแพลตฟอร์มนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีสำนักงาน 30 แห่งทั่วโลกและให้บริการบริษัท ระหว่างประเทศมากกว่า 350 แห่ง ซึ่งประเทศไทยมีโอกาสอันดียิ่งในการรวบรวมเครือข่ายระดับโลกนี้ เพื่อแก้ปัญหาความท้าทายในภาคเกษตรขนาดใหญ่ของไทย รวมถึงแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงการผลิตและการเข้าถึงอาหารทั่วโลก ที่จำเป็นต้องมีการทำฟาร์มที่แม่นยำ การแปรรูป การจัดจำหน่าย และการใช้นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพ

ซึ่งหลังจากความสำเร็จของแพลตฟอร์มนวัตกรรม Plug and Play Food ในซิลิคอนวัลเลย์บราซิลและฟาร์โก Plug and Play จึงริเริ่มโปรแกรม Food & Agtech program soft launch ในประเทศไทย โดยนำทั้งบริษัท และสตาร์ทอัพชั้นนำ นักลงทุนและหน่วยงานภาครัฐเข้ามาสนับสนุนการดำเนินโครงการในประเทศไทยต่อไป


ที่มา : https://www.plugandplaytechcenter.com/events/food-agritech-thailand-soft-launch/ 
สรุปโดย ดร.ธนรรภรณ์ เศรษฐ์จินดา (อ.แนน)

หรือแชร์บทความ

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

ภาพรวมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม

บทความก่อนหน้า

วิถีใหม่ไทยแลนด์ (ตอนที่ 5)

บทความถัดไป

Venture Deals Online หลักสูตร 7 วีค ที่เปิดโลก VC อย่างลึกซึ้ง