บทความ

>

โลกหลังวิกฤติ Covid-19 (ตอนที่ 7)

โลกหลังวิกฤติ Covid-19 (ตอนที่ 7)

HIGHLIGHT :

  • โลกหลังวิกฤติ Covid-19 (ตอนที่ 7)  มหาวิทยาลัยกับวิธีบริหารจัดการหลักสูตรและการเรียนการสอนที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไปหลัง Covid-19 สรุปจากบทความของ Joshua Kim เรื่อง Teaching and Learning After Covid-19  

เวลาในการอ่าน 4 นาที


บทความชุด โลกหลังวิกฤติ Covid-19

สรุปโดย ดร.กฤษฎา เสกตระกูล, CFP®

รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานพัฒนาความยั่งยืนตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

  • ตอนที่ 1 : สรุปประเด็นสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ลักษณะพื้นฐาน (Fundamental Changes) ในชีวิตและสังคมของมนุษย์ 8 ประการ ของคุณ Suzy Taherian จากบทความในนิตยสาร Forbes, “The New World : How The World Will Be Different After COVID-19”
  • ตอนที่ 2 :  3 ประเด็น การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในโลกหลังวิกฤติ Covid-19  1) ลักษณะการอยู่อาศัยของผู้คนจาก “เมืองหลัก” ไปสู่ “เมืองรอง” 2) ลักษณะการออกแบบสถานที่ทำงานเพื่อรองรับ “Social Distancing” และ 3) ลักษณะการซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านของชำในยุค “Social Distancing”
  • ตอนที่ 3 : การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในธุรกิจร้านอาหาร ของ Bruce Reinstein จากบทความ “COVID-19 will forever change the food service industry” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านผู้บริโภค และการเตรียมตัวของผู้ประกอบการ
  • ตอนที่ 4 : คำแนะนำในการปรับตัวของธุรกิจบริการ “Hospitality Industry” 9 ประการ ซึ่งครอบคลุมธุรกิจโรงแรม ภัตตาคารและธุรกิจท่องเที่ยว จากบทความของ Graham Harriman FIH เรื่อง “ How will hospitality service change post Covid-19?”
  • ตอนที่ 5 : สรุปประเด็นสำคัญของผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสายการบิน (Airline Industry) หรืออุตสาหกรรมการเดินทางทางอากาศ (Aviation Sector) เพื่อนำไปสู่การปรับตัว 7 เรื่อง จากบทความของ Lorene Fauvelle เรื่อง “Covid-19 : 7 specific impacts on the future of the aviation sector”
  • ตอนที่ 6 :  สรุปผลกระทบของอุตสาหกรรมการศึกษาที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนโอกาสในการปรับตัวของอุตสาหกรรมการศึกษาหลังยุค Covid-19 จากบทความ  “The COVID-19 pandemic has changed education forever. This is how” และ“Top 10 risks and opportunities for education in the face of COVID-19.”

ในตอนที่ 7 นี้ จะยังขอกล่าวถึงอุตสาหกรรมการศึกษาต่ออีก แต่เป็นการดูผลกระทบของ Covid-19 ที่มีต่อสถาบันอุดมศึกษา (Higher education) หรือระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งก่อนที่จะเกิดวิกฤติ Covid-19 นั้น การศึกษาระดับอุดมศึกษาก็ถูกคุกคาม (Disruption) อยู่แล้วจากหลายสาเหตุ เช่น  องค์ความรู้ที่มหาวิทยาลัยสั่งสมมาแต่เดิม เป็นการนำไปตอบโจทย์โลกอุตสาหกรรม 3.0 ซึ่งหลายอย่างเริ่มล้าสมัยที่จะนำไปตอบโจทย์โลกในยุค 4.0 รวมทั้งลูกค้าเป้าหมายซึ่งเป็นนิสิตนักศึกษารุ่นใหม่ มีสัดส่วนลดลงจากอัตราการเกิดของประชากรที่ต่ำลงในหลายประเทศตั้งแต่ 2 ทศวรรษก่อนเป็นต้นมา มหาวิทยาลัยจำนวนมากในประเทศต่างๆ อยู่ระหว่างการปรับตัวทั้งในเรื่องการพัฒนาองค์ความรู้ การทำการตลาดรูปแบบการแสวงหารายได้แบบใหม่ รวมทั้งการลดต้นทุน ซึ่งหลายๆ มหาวิทยาลัยที่ไม่สามารถปรับตัวได้ก็เริ่มทยอยปิดตัวกันไป ในขณะที่เหตุการณ์วิกฤติ Covid-19 ที่กำลังเกิดขึ้นเหมือนเข้ามาเร่งให้ Disruption ดังกล่าวเกิดเร็วขึ้น เพราะการหยุดชะงักการเรียนการสอนทำให้การลงทะเบียนของนิสิตนักศึกษาทั้งเก่าและใหม่มีการชะลอตัวไปซึ่งกระทบต่อกระแสเงินสดของมหาวิทยาลัย หรือการโดนบีบให้ต้องสอน Online ขณะที่การเตรียมตัวมีน้อยทั้งในด้านสื่อการสอนและอุปกรณ์ ทำให้คุณภาพการให้ความรู้ตกต่ำลง เป็นต้น

บทความของ Joshua Kim เรื่อง Teaching and Learning After Covid-19 ที่ลงใน insidehighered.com ได้ทำนายการเปลี่ยนแปลงไว้ดังนี้

การจัดการเรียนแบบผสมผสานจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาก (Blended learning will dramatically increase)

การเรียนในรูปแบบเดิมที่ห้องเรียน (Physical classroom learning) จะถูกปรับให้มีรูปแบบ Online หรือเรียกว่า Remote classroom เพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้ทั้งอาจารย์ผู้สอนและผู้เรียนต้องเริ่มมีการปรับตัว อย่างไรก็ตามสิ่งที่ตามมาก็คือ การเรียนแบบ Online ต้องการคุณภาพของเนื้อหาและโปรแกรมที่ดี รวมทั้งมีลักษณะกระบวนการทำงานที่เปลี่ยนไปและต้องดูแลมาก (High-Input operations) แบบที่มหาวิทยาลัยไม่คุ้นเคยมาก่อน จึงต้องมีการลงทุนและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างมากในช่วงแรก รวมถึงอาจมีโอกาสสูงที่ลงทุนไปแล้วไม่เกิดความคุ้มค่า นอกจากนี้ในการเผยแพร่หรือถ่ายทอดความรู้ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าวิธีใดหรือ platform ใดที่ควรเลือกใช้ซึ่งปัจจุบันมีทั้ง Canvas, Blackboard, D2L, MS team และ Zoom เป็นต้น ซึ่งจะต้องหาวิธีใช้ร่วมกับการเรียนแบบ Face-to-face ใน Physical classroom ซึ่งแต่ละศาสตร์อาจใช้น้ำหนักไม่เท่ากัน เช่น การเรียนด้านวิทยาศาสตร์ที่ยังต้องใช้ Labs เพื่อฝึกปฏิบัติภายใต้การดูแลของอาจารย์ อาจต้องการสัดส่วนการเรียนแบบ Face-to-face ในสัดส่วนที่มากกว่าบางสาขา เป็นต้น

การเรียนแบบ Online จะกลายเป็นกลยุทธ์เร่งด่วนที่มหาวิทยาลัยต่างๆ เร่งพัฒนาการให้บริการ (Online education will be a strategic priority at every institution)

อาจกล่าวได้ว่าแทบทุกมหาวิทยาลัยในตอนนี้ไม่มีใครไม่เล่นกลยุทธ์ Online education บรรดาผู้บริหารมหาวิทยาลัยรู้ดีว่า ถ้าทำ Online education ได้ดีจะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของมหาวิทยาลัยเพราะนอกจากใช้ประกอบการเรียนให้นักศึกษาปัจจุบัน และดึงดูดนักศึกษาใหม่แล้วยังอาจดึงประชาชนอีกมหาศาลที่ต้องการปรับทักษะใหม่เข้ามาเรียนแบบทางไกลได้ด้วย หลัง Covid-19 เราจะได้เห็นวิธีจัดงบประมาณแบบใหม่ของมหาวิทยาลัย โดยทุ่มงบไปพัฒนาและส่งเสริมการทำ Online education มากขึ้น แต่เนื่องจากเนื้อหาในบริบทเดิมบางอย่างอาจมีประโยชน์บางอย่างไม่มีคนสนใจ ส่วนเนื้อหาใหม่ที่ไปกับโลกยุคใหม่ก็อาจจะยังไม่ตกผลึกดี การผลิตและนำออกมาใช้ก็จะเป็นลักษณะทำไปทิ้งไป ทำไปไม่มีคนใช้ ไม่มีคนสนใจ ทำแล้วไม่เกิดรายได้ไม่คุ้มค่า ไม่ตอบโจทย์ ทำไปพอให้รอดตัวว่าได้ทำตาม KPI มหาวิทยาลัยจึงต้องดูให้ดีระหว่างงบประมาณที่ใช้กับของที่มีคุณค่า ที่จะได้จากการลงทุนใน Online education

การร่วมมือกับบุคคลภายนอกในการพัฒนาเนื้อหาและการเรียนการสอนอาจมีหลายรูปแบบ (Existing and potential partnerships will be rethought)

โดยปกติมหาวิทยาลัยจะถือตัวเองว่าเป็นศูนย์กลางพัฒนาเนื้อหา การวิจัย และการเรียนการสอนเพื่อผลิตคนออกสู่อุตสาหกรรมต่างๆ โดยจ้างคณาจารย์มาทำงานเรื่องการศึกษา มหาวิทยาลัยจึงถูกยอมรับว่าควรจะทำงานนี้ได้ดีที่สุด (Teaching and learning are core capabilities) แต่อย่างที่เราทราบศาสตร์ด้านใหม่ๆ ทางอุตสาหกรรมอาจพัฒนาได้เร็วและใหม่กว่า ซึ่งถ้ามาร่วมมือกับมหาวิทยาลัยที่มีจุดแข็งด้านการเรียบเรียงให้เป็นระบบเป็นลำดับในการเรียนรู้ ก็จะเป็นประโยชน์และเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ เพื่อเตรียมคนเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมใหม่ของโลก

สำหรับภาพรวมของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย ในอดีตหลายทศวรรษที่ผ่านมาถือได้ว่าบรรดามหาวิทยาลัยต่างๆ ได้รับใช้ระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยในยุคอุตสาหกรรม 3.0 มาได้ดีอย่างน่าภาคภูมิใจ แต่มหาวิทยาลัยในรูปแบบเดิมได้เดินทางมาถึงจุดสูงสุดของแบบจำลองนั้นแล้ว หลังวิกฤติ Covid-19 หากมหาวิทยาลัยมุ่งแต่การกลับเข้าสู่สภาวะปกติ (Return-to-normal) ไปดำเนินงานตามรูปแบบเดิม ก็จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรที่มีนัยสำคัญที่จะต่อสู้กับ Disruption ดังกล่าวข้างต้น ถึงเวลาแล้วที่มหาวิทยาลัยควรเร่งจัดทำTransformation plan ระยะ 5 ปีข้างหน้า เพื่อสร้างแบบจำลองใหม่ให้ตนเองหลุดจากแบบจำลองเดิม โดยต้องรักษาของดีที่มีอยู่บนแบบจำลองเดิม และสร้างของดีอันใหม่เพิ่มเติม เพื่อนำมาขับเคลื่อนตามบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาต่อไป เรื่องนี้เป็นเรื่องยาวที่ไม่สามารถจบในบทความเดียว แต่อยากทิ้งท้ายว่า เราน่าจะระดมสมองกันต่อไปว่า “ของดีอันเดิม” กับ “ของดีอันใหม่” ของมหาวิทยาลัยคืออะไร แล้วแบบจำลองอันใหม่ของมหาวิทยาลัย ควรเป็นแบบไหน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าคิด


Credit :     insidehighered.com
สรุปโดย : ดร.กฤษฎา เสกตระกูล, CFP®
รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานพัฒนาความยั่งยืนตลาดทุน 
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

หรือแชร์บทความ

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

ธุรกิจในภาวะวิกฤติ

บทความก่อนหน้า

โลกหลังวิกฤติ Covid-19 (ตอนที่ 6)

บทความถัดไป

โลกหลังวิกฤติ Covid-19 (ตอนที่ 8)