บทความ

>

ธุรกิจโต 10 เท่า เขาทำกันอย่างไร

ธุรกิจโต 10 เท่า เขาทำกันอย่างไร

HIGHLIGHT :

  • 6 สิ่งที่ธุรกิจควรทำก่อนการตั้งเป้าธุรกิจไปสู่การเติบโตแบบ 10X ซึ่งการเตรียมความพร้อมนั้น ไม่ได้มองแค่การเติบโตเป็นเปอร์เซ็นต์อย่างเดียว วัฒนธรรม และกระบวนการในการทำงานก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน รวมถึงผู้บริหารและพนักงานทุกคนต้องมีส่วนร่วมกับทิศทางและเป้าหมายขององค์กร

เวลาในการอ่าน 3 นาที


การจะขยายธุรกิจให้เติบโตแบบก้าวกระโดดนั้น ปัจจัยในเรื่องของจำนวนลูกค้า ยอดขาย วัฒนธรรมองค์กรหรือพนักงานภายในองค์กร ล้วนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินไปข้างหน้า ซึ่งก่อนที่จะตั้งเป้าธุรกิจไปสู่การเติบโตแบบ 10X ผู้ประกอบการควรตระหนักถึงองค์ประกอบทั้ง 6 ด้านดังนี้
 
1. การจัดวางผังองค์กร
การวางกลยุทธ์ในการปรับตำแหน่ง หรือการวางผังองค์กรสำหรับการทำงานของทุกคนในบริษัทนั้น ทุกระดับจะต้องสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กร ซึ่งหากมีการเข้าใจเป้าหมายที่แตกต่างกันและยิ่งเป็นทิศทางที่สำคัญของธุรกิจด้วยแล้ว จะทำให้เกิดการไซโลขึ้นในที่ทำงาน แทนที่จะมุ่งสู่เป้าหมายที่ชัดเจนไปเลย ดังนั้นควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกคนมีความเข้าใจและการทำงานให้บรรลุเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน เน้นการทำงานแบบ Cross Functional ภายในมากขึ้น
 
2. การว่าจ้าง
แน่นอนว่าการที่จะปรับองค์กรไปสู่ 10X นั้นส่วนมากจะมีการว่าจ้างคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมงาน การจ้างคนเหล่านั้นได้ ต้องคำนึงถึงตำแหน่งงานปัจจุบันหรือรวมไปถึงตำแหน่งในอนาคตของเขาด้วยเช่นกัน ถ้าเรามองเฉพาะงานในตำแหน่งปัจจุบันของคนนั้นๆ นั่นแสดงว่าเราได้วางแผนในการว่าจ้างผิดพลาดไป ในช่วงการสัมภาษณ์รับเข้าทำงาน ควรจะมีการทดสอบ เพื่อประเมินถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้สมัคร ว่ามีแนวความคิดและแผนงานที่เน้นการเติบโตหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ในฐานะธุรกิจที่มุ่งเน้นการเติบโตเราขอให้ผู้สมัครนำเสนอแผนงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายภายในวิสัยทัศน์ขององค์กร ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะประเมินตัวตนของผู้สมัครได้ชัดเจน เป็นต้น
 
3. การจัดทำคู่มือการทำงาน
เมื่อพนักงานที่มีผลการปฎิบัติงานดีได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นระดับผู้บริหาร ตำแหน่งเดิมที่เคยทำไว้ก็จะขาดการสานต่องานเดิมที่เคยทำ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการขาดช่วงของรอยต่อในตำแหน่งนั้น วิธีแก้ปัญหาในเบื้องต้นคือ คนที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งนอกจากความรับผิดชอบงานใหม่ที่ได้รับมอบหมายเพิ่ม อาจจะต้องปฎิบัติงานในตำแหน่งที่เคยทำอยู่ขนานไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง รวมถึงการจัดทำคู่มือการทำงาน พร้อมทั้ง “พัฒนาทักษะให้กับบุคคลที่มีศักยภาพ” เพื่อให้สามารถปฎิบัติงานและทำซ้ำในตำแหน่งที่ว่างให้เกิดความต่อเนื่องและคงกระบวนการทำงานแห่งคุณภาพไว้
 
4. การให้ความสำคัญกับกระบวนการทำงาน
จากข้อควรทำข้างต้นในข้อ 3 บริษัทต้องให้ความสำคัญในการให้แต่ละส่วนงานจัดทำคู่มือการทำงาน ที่ประกอบด้วย กระบวนการทำงานที่ละเอียดและชัดเจน ทั้งในเรื่องของการปฎิบัติงานขั้นพื้นฐาน กลยุทธ์การขับเคลื่อนเพื่อการเติบโต รวมถึงข้อควรระวังจากการทำงานที่เคยประสบปัญหามา เนื่องจากหากพนักงานไม่มีความเข้าใจที่ถูกต้องและชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการทำงานที่ถูกต้อง การมอบหมายงานอาจจะเกิดข้อผิดพลาดซ้ำ ๆ ขาดความมีประสิทธิภาพ การเติบโตก็จะชะงัก เพราะมัวแต่มาทำงานแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน 
 
5. ความโปร่งใส
ผู้บริหารควรสื่อสารให้พนักงานภายในองค์กรเข้าใจถึงทิศทางและเป้าหมายในการเติบโตของธุรกิจ สิทธิประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับ เมื่อธุรกิจประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ และควรมีการติดตามงานเป็นระยะๆ หรือนัดประชุมทุกสัปดาห์ เพื่ออัปเดตสถานะของธุรกิจ บทบาทของแต่ละคนในการดำเนินงาน แชร์ประสบการณ์ร่วมกันว่ามีวิธีการแก้ไขปัญหากันอย่างไร เช่น พนักงานขายมีการติดต่อลูกค้ากี่ครั้ง จึงจะทำการปิดดีล สิ่งเหล่านี้จะทำให้เรานำมาเป็นตัวชี้วัด หรือแนวโน้มในการปรับ  กลยุทธ์ได้เร็วขึ้น
 
6. ผลลัพธ์
ผู้ประกอบการควรมีคำตอบให้กับตัวเองว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ “ได้” หรือ “ไม่ได้” แน่นอนว่าหากคุณมีคำตอบอื่นนอกเหนือจากคำว่า “ได้” ความชัดเจนของผลลัพธ์ในธุรกิจก็จะน้อยลงมากเช่นกัน
 
อย่างไรก็ตามการที่ผู้ประกอบการจะนำธุรกิจก้าวสู่ 10X นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลประกอบการเพียงอย่างเดียว วัฒนธรรมและกระบวนการในการทำงานก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะการปรับขนาดขององค์กรต้องสัมพันธ์กับตัวชี้วัดความสำเร็จในงาน (KPIs) ของแต่ละส่วนงานด้วยเช่นกัน
 
สรุปโดย : ปริยากร มงคลพุทธรักษา
ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ประกอบการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

หรือแชร์บทความ

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เคล็ดลับทำธุรกิจ
การเติบโตของธุรกิจ

บทความก่อนหน้า

5 เรื่องท้าทาย เมื่อธุรกิจกลับมาเปิดอีกครั้งหลัง COVID-19

บทความถัดไป

5 คำแนะนำของ VCS จากงาน UK Fintech Week 2020