บทความ

>

COVID-19 : CFO in Action

COVID-19 : CFO in Action

HIGHLIGHTS :

  • สรุปประเด็นที่น่าสนใจจากการเสวนา COVID-19 : CFO in Action ซึ่ง CFO มีบทบาทสำคัญในการนำพาองค์กรให้พ้นจุดวิกฤติ
  • ผู้ร่วมเสวนาให้แนวทางที่ CFO ควรดำเนินการ ได้แก่ การจัดตั้ง Cash Steering Committee แนวทาง Quick-Win 4 ข้อ เพื่อบริหารเงินสดของธุรกิจในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการใช้เครื่องมือที่สำคัญคือ การทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Testing) เพื่อประเมินผลกระทบกับเงินสดของบริษัทและกำหนดแนวทางบริหารจัดการ

เวลาในการอ่าน 3  นาที


งานเสวนาจัดโดย KPMG Thailand (3 เม.ย. 63) 
ผู้ร่วมเสวนา
  • คุณสุกิจ วงค์ถาวราวัฒน์ ประธานฝ่ายที่ปรึกษาธุรกิจ 
  • คุณธนิต โอสถาเลิศ กรรมการบริหารและหัวหน้าฝ่ายธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค
  • คุณทรงพล เกียรติเลิศพงศา ผู้อำนวยการที่ปรึกษาธุรกิจ

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกนั้น World Bank ได้คาดการณ์ว่าจะทำให้ GDP ประเทศไทยในปี 2563 ได้รับผลกระทบติดลบระดับ 3-5% โดยการส่งออกของประเทศไทยจะมีการเติบโตติดลบอยู่ที่ 3.4% ถึง 6.8% ส่วนภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบสูงสุดจะเป็นในส่วนของ Trade, Agriculture และ Manufacturing Goods แต่ World Bank ยังมองว่าประเทศไทยจะสามารถพลิกสถานการณ์และมีอัตราการเติบโตของ GDP ที่เป็นบวกและอยู่ในระดับที่ 3-4% ภายในปี 2021

ในสถานการณ์ดังกล่าว CFO จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยรับมือและนำพาบริษัทให้พ้นจุดวิกฤติ ซึ่งสิ่งสำคัญอย่างมากในปัจจุบันคือการบริหารเงินสดของบริษัท โดย CFO ต้องอาศัยความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ และจัดตั้ง Cash Steering Committee ที่ประกอบด้วย Senior Management  กลุ่มต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารเงินสด โดยมี CFO เป็น Team Lead และต้องประชุมกันเป็นประจำทุกวันเพื่อติดตามสถานการณ์ รวมทั้งประมาณการความเพียงพอของเงินสดในอนาคต ตามรูปที่ 1

รูปที่ 1 องค์ประกอบและบทบาทหน้าที่ของ Cash Steering Committee

อีกประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญคือการเก็บเงินสดในภาวะวิกฤต ซึ่งทาง KPMG มีแนวทาง Quick Win 4 ข้อ ที่จะทำให้ CFO เก็บเงินสดให้บริษัทได้ ดังนี้

1. Customer : CFO ต้องพูดคุยกับลูกค้าเพื่อรับทราบผลกระทบและสถานะการเงินของลูกค้า เพื่อที่จะได้หาวิธีการช่วยเหลือ เช่นการให้ส่วนลดกับลูกค้าซึ่งจะทำให้ได้เงินสดเร็วขึ้น หรือวิธีการอื่นๆ ที่จะทำให้ทั้งลูกค้าและบริษัทเดินหน้าต่อได้

2. Supplier : CFO ต้องประเมินสถานการณ์ของ Supplier ถ้ายังดีอยู่จะได้เจรจาขอยืดเวลาการจ่ายเงินให้นานขึ้น

3. Inventory : ควรพยายามใช้สินค้าในคลังให้หมดก่อน เพื่อที่จะได้ลดปริมาณการสั่งเพิ่ม CFO จะวิเคราะห์ว่าสินค้าไหนที่ทำกำไรได้และสินค้าไหนที่ขาดทุนหรือขายได้ยาก เพื่อที่จะได้ทำการหยุดผลิตชั่วคราว

4. Expense Review : ประเมินว่าค่าใช้จ่ายหรือโครงการลงทุนอะไรที่ไม่สำคัญและสามารถชะลอไปก่อนได้บ้าง บริษัทต้องลดต้นทุนผันแปรและต้นทุนคงที่ให้ต่ำ ในภาวะวิกฤตอาจพิจารณาลดเงินเดือน ค่าตอบแทนต่างๆ ของผู้บริหารและพนักงานลง

รูปที่ 2 Quick-Win ในการบริหารเงินสด

นอกจากนี้ CFO ควรให้ความสำคัญกับการทำ Stress Test หรือ การจำลอง Scenario แต่ละแบบเพื่อประเมินผลกระทบกับเงินสดของบริษัทตามสมมติฐานที่กำหนด โดยแบ่งเป็น Base Case / Best Case / Worst Case โดย CFO ต้องกำหนดสมมติฐานว่าจากเหตุการณ์ COVID-19 นี้จะส่งผลตัวแปรหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับเงินสดอย่างไร อาทิเช่น ยอดขาย รายได้ ระยะเวลาการเก็บเงินจากลูกค้า เป็นต้น โดยให้ความสำคัญกับ Worst Case Scenario ว่าหากเหตุการณ์วิกฤตนี้เกิดกรณีเลวร้ายที่สุด ส่งผลกระทบยืดเยื้อเป็นเวลานานเงินสดของบริษัทจะลดลงเท่าไหร่ และเงินสดในปัจจุบันจะหมดไปเมื่อใด เพื่อที่จะได้เตรียมตัวรับมือสถานการณ์ในการติดต่อกู้เงินสถาบันการเงินไว้ล่วงหน้า

รูปที่ 3 การทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Testing)

สุดท้ายสิ่งที่ CFO จะนำพาบริษัทผ่านวิกฤตไปได้นั้น นอกจากการบริหารการเงินแล้วยังต้องทำหน้าที่สื่อสารให้ผู้เกี่ยวข้องทราบถึงสถานะของบริษัทอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการประสานกับคนทั้งภายในและภายนอกบริษัทให้ร่วมมือกันผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน
 
สรุปโดย : อดิศรา พุทธธรรมวงศ์
ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ประกอบการ

 

หรือแชร์บทความ

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

ธุรกิจในภาวะวิกฤติ
การบัญชีและการเงินธุรกิจ

บทความก่อนหน้า

ถอดบทเรียน วิธีที่เจ้าของกิจการและผู้บริหารนำพาธุรกิจรอดพ้นวิกฤต

บทความถัดไป

เมื่อ Quantum Computing เดินหน้าสู่ช่วง Quantum Ready