บทความ

>

สตาร์ทอัพสิงคโปร์ฝ่าวิกฤตโควิด-19 กันอย่างไร

สตาร์ทอัพสิงคโปร์ฝ่าวิกฤตโควิด-19 กันอย่างไร

HIGHLIGHT :

  • เรียนรู้มุมมอง และการรับมือของธุรกิจในสถานการณ์โควิด-19 ของผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัท ShopBack และ Patsnap สตาร์ทอัพระดับ Series C & D ชาวสิงคโปร์ รวมถึงภาวะการระดมทุนในแวดวงสตาร์ทอัพในในช่วงเดือน ม.ค. – มี.ค. 2563

เวลาในการอ่าน 3  นาที


Angel Central* (การรวมตัวของกลุ่มนักลงทุน Angel ในประเทศสิงคโปร์ ที่สนใจการระดมทุน ร่วมลงทุนและสนับสนุนสตาร์ทอัพที่มีคุณภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ได้จัดกิจกรรมสัมมนา AngelCentral Learning Forum “Operating & Surviving in a Recession” ผ่าน Virtual Conference หรือ Webinar โดยเชิญผู้ก่อตั้งและซีอีโอสตาร์ทอัพระดับ Series C & D ชาวสิงคโปร์มาเปิดอกถึงวิธีการบริหารองค์กรช่วงโควิด-19 ป่วนโลก ร่วมด้วยผู้ร่วมก่อตั้ง Angel Central ทั้งสามท่าน ได้แก่ คุณ Huang Shao-Ning คุณ Henry Chan และคุณ Jeffrey Tiong ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง แบ่งปันประสบการณ์รวมถึงพูดคุยถึงภาวะการระดมทุนในแวดวงสตาร์ทอัพในระยะสองถึงสามเดือนที่ผ่านมา โดยมีประเด็นที่พูดคุยกันหลักๆ ดังนี้
  • การรับมือของธุรกิจกับสถานการณ์โควิด-19
  • การบริหารจัดการเมื่อยอดขายได้รับผลกระทบ
  • การเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส
  • บรรยากาศการระดมทุนในช่วง ม.ค. – มี.ค. 2563
  • มุมมองหลังโควิด-19

Henry Chan  (CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง ShopBack สตาร์ทอัพ สาย e-commerce ที่เน้น Cash Back Reward และ e-Coupon ปัจจุบันมีสำนักงานในประเทศอาเซียนและออสเตรเลีย)

Jeffrey Tiong (CEO และผู้ก่อตั้ง Patsnap ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้าน Intelligence Solutions สำหรับธุรกิจที่เกิดจากความคิดที่จะทำให้การตรวจสอบ สิทธิบัตรหรือลิขสิทธ์เป็นเรื่องง่าย ปัจจุบัน Patsnap มีสำนักงานอยู่ในประเทศจีน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และ เมืองโตรอนโต้ ประเทศแคนาดา)

1. การรับมือของธุรกิจในสถานการณ์โควิด-19

ผู้นำที่อยู่ภายใต้ความกดดันทั้งด้านธุรกิจและความคาดหวังในการตัดสินใจเรื่องยากๆ ซึ่งอย่างแรกจะต้องบริหารจัดการ Mindset ของตัวเองเพื่อรับกับสภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่นักบริหารรุ่นใหม่บางคนอาจจะยังไม่เคยประสบมาก่อน การนำองค์กรผ่านช่วงเวลานี้ ต้องอาศัยการทำงานอย่างใกล้ชิดในส่วนทีมผู้บริหารเพื่อประเมินสถานการณ์ที่ทันท่วงที กระบวนการตัดสินใจด้านกลยุทธ์เพื่อลงมือแก้ไขสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ในส่วนของคุณเจฟฟรี่ Patsnap มีการจัดตั้ง War room ส่วนคุณเฮนรี่ Shopback ได้ทดลองจำลองสถานการณ์กับทีมงาน เช่น หากโดนล็อกดาวน์ทั้งหมดจะต้องทำอย่างไร ซึ่งการซักซ้อมภายใต้สถานการสมมุติจะช่วยให้เห็นข้อบกพร่องก่อน และนำมาปรับขั้นตอนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

2. การบริหารจัดการเมื่อยอดขายได้รับผลกระทบ

ทั้งสองท่านทำการปรับแบบจำลองทางการเงิน เพื่อประเมินผลกระทบที่มีต่อสถานะการเงินของบริษัท โดยยึดจากยอดขายที่ปรับตัวลดลงและประมาณการ ตามสมมุติฐานเศรษฐกิจชะลอตัวประมาณ 12-24 เดือน จากนั้นจึงพิจารณาถึงกลยุทธ์ที่จำเป็นด้านต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือประคองบริษัทให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปให้ได้ และต้องแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งการลดภาระค่าใช้จ่ายเป็นมาตรการที่สตาร์ทอัพควรพิจารณาและดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อรักษาสภาพคล่องและยืดรันเวย์ โดยคุณเฮนรี่เริ่มจากการลดเงินเดือนทีมผู้บริหาร รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งพิจารณาปรับลดตามจำเป็นของธุรกิจ สำหรับค่าใช้จ่ายบางประเภทอาจมีการตั้งเพดานงบประมาณเช่น ค่าใช้จ่ายทางการตลาดเป็นต้น ทางส่วนคุณเจฟฟรี่ดำเนินการในลักษณะคล้ายกัน เสริมว่าเน้นพิจารณาตามลักษณะการดำเนินงานและมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลในแต่ละประเทศประกอบด้วย เช่นในประเทศอังกฤษรัฐบาลจะให้เงินอุดหนุนบริษัทที่คงการจ้างพนักงานในอัตรา GBP 250 ต่อพนักงานหนึ่งคนเป็นระยะเวลาสามเดือน ซึ่งทั้งสองท่านเน้นว่าให้ความสำคัญกับกระบวนการพิจารณาเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อพนักงานอย่างระมัดระวังและละเอียดถี่ถ้วนที่สุด

ใช้วิธีเจ็บและจบ ทั้งสองท่านเลือกที่จะลดภาระค่าใช้จ่ายตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ตามแบบจำลองทางการเงิน อยู่ในอัตราร้อยละ 30- 40 โดยมองว่าประกาศข่าวร้ายเพียงครั้งเดียว ซึ่งกลยุทธ์นี้จำเป็นต้องเน้นกระบวนการสื่อสารกับทีมผู้บริหารและพนักงานทุกๆ ท่านด้วยข้อมูลต่างๆ ที่โปร่งใสและตรงไปตรงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อนที่จะมีการประกาศมาตรการใดๆ ทั้งสองท่านให้ความสำคัญกับการอัพเดทสถานการณ์ของบริษัท รวมถึงอธิบายถึงความจำเป็นรวมถึงเหตุผลสนับสนุนมาตรการต่างๆ ที่บริษัทดำเนินการ ซึ่งช่วงนี้ทั้งสองท่านมีความคิดเห็นตรงกันเรื่องการสื่อสารที่จำเป็นต้องมาจากผู้นำและผู้ก่อตั้งโดยตรง

การให้ข้อมูลกับนักลงทุนสำคัญไม่แพ้กัน ทั้งสองท่านคอยอัปเดตสถานการณ์ให้นักลงทุนเป็นระยะๆ ซึ่งข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนต้องการทราบคือผลกระทบต่อยอดขายและสถานะการเงิน รวมถึงกลยุทธ์ในการรับมือกับสถานการณ์ ทั้งแผนการเงินและแผนธุรกิจที่จะดำเนินงานในช่วงเวลานี้ ซึ่งการอัปเดตนักลงทุนนั้นไม่ได้ใช้ความถี่มากเหมือนการสื่อสารภายในองค์กร โดยทางคุณเจฟฟรี่จะคอยอัปเดตนักลงทุนทุกๆ สองสัปดาห์ คุณเฮนรี่เสริมว่านอกจากให้ข้อมูลแล้วยังถือโอกาสนี้ ขอมุมมองจากนักลงทุนที่เคยผ่านช่วงวิกฤตมาก่อนมาประกอบการวิเคราะห์อีกด้วย

3. การเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส

โดยปกติทั้งสองท่านมีความจำเป็นต้องเดินทางเป็นประจำ การทำงานที่บ้าน WFH ช่วยให้ทั้งสองได้มีเวลาพิจารณา การดำเนินธุรกิจในช่วงที่ผ่านมารวมถึงจุดอ่อนที่พบแต่อาจจะไม่มีเวลาได้จัดการแก้ไข ทั้งสองมองว่าช่วงนี้เป็นช่วงเวลาจัดระเบียบงานระบบปฎิบัติการที่อาจจะยังดำเนินการไม่ได้เต็มศักยภาพ รวมถึงพิจารณาด้านกลยุทธ์ทางธุรกิจที่อาจจะมีการลงทุนเพิ่มในช่วงเวลานี้เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง

ความตั้งใจที่ดี ได้รับการตอบรับเกินความคาดหมาย สำหรับคุณเจฟฟรี่ที่เผชิญการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวดในประเทศจีน ได้ประกาศงดเว้นค่าธรรมเนียมการใช้บริการ patsnap ช่วงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงมีนาคม ซึ่งกลยุทธ์นี้เป็นกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการหลายรายในอุตสาหกรรมอื่นๆ ในประเทศจีนก็ดำเนินการ ผนวกกับความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนลูกค้าและธุรกิจในช่วงเวลายากลำบาก โดยความตั้งใจในครั้งนี้ทำให้ patsnap มีจำนวนผู้เข้าทดลองใช้งานรายใหม่เพิ่มขึ้นเป็น นอกจากจะเป็นการเพิ่มจำนวน Prospects ให้ทีมงานแล้ว ยังถือเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ทีมงานลืมความกังวลเรื่องโควิด-19 และให้ความสำคัญในการดูแลลูกค้าในช่วงเวลาดังกล่าว

4. บรรยากาศการระดมทุนในช่วง ม.ค. – มี.ค. 2563

ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาก นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น โดยอาจจะชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์ก่อน

คุณ Teck (Phey, Teck Moh เป็นหนึ่งใน Partner ของ Angel Central) เสริมว่าทางผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพ early stage อาจจะยังไม่เข้าใจถึงผลกระทบหรือสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งการนำเสนอแผนธุรกิจยังดำเนินไปได้ตามปกติ เนื่องจากนักลงทุนต่างก็มีเงินทุนพร้อมลงทุน แต่หลายๆ ค่ายมีท่าทีรอดูสถานการณ์อีกสักนิด (Wait & See) ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัว คุณ Teck ได้เห็น Term sheet เพียงฉบับเดียว เท่านั้นในช่วงสามเดือนนี้และพบว่า มีการลด Valuation กว่าร้อยละ 30 รวมถึงเม็ดเงินลงทุนที่เหลือเพียงครึ่งเดียวของจำนวนที่เสนอ ซึ่งแสดงให้เห็นภาพแนวโน้มลงทุนในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้าอย่างชัดเจน

ทุกๆ ท่านต่างเห็นด้วยว่า สตาร์ทอัพควรให้ความสำคัญกับการอยู่รอด โดยตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเพื่อยืดรันเวย์ออกไปให้ยาวที่สุด เน้นการทำธุรกิจ เพิ่มมูลค่าธุรกิจ สร้างผลกำไร สภาพคล่อง และกระแสเงินสดมากกว่าการพึ่งเงินระดมทุนจากนักลงทุนอย่างเดียว

5. มุมมองหลังโควิด-19

เราอาจจะต้องอยู่กับโควิด-19 ไปอีกสักระยะหนึ่ง ทั้งสองท่านมองว่าการทำงานจากที่บ้าน WFH อาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการทำธุรกิจหรือ new normal ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เราคิดถึงวิธีการทำงาน การประสานงานกันในลักษณะนี้

การให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งของธุรกิจจะเป็นสิ่งสำคัญมาก สตาร์ทอัพจะต้องใส่ใจการดำเนินงานให้ Lean ให้ความสำคัญกับตัวชี้ว้ดสำคัญๆ และสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่ง คุณเฮนรี่เพิ่มเติมว่าสตาร์ทอัพอาจจะขอระดมทุนเผื่อจากเดิมที่อาจจะขอเพียงพอสำหรับหนึ่งปี อาจจะขยายออกไปให้ยาวขึ้นเป็นต้น

ก่อนปิดท้ายเสวนา คุณ Shao-Ning ฝากไว้ว่าทางทีม Angel Central กำลังพยายามรวบรวมข้อมูลมาตรการความช่วยเหลือธุรกิจจากภาครัฐช่วงโควิด-19 ครั้งนี้ และฝากทิ้งท้ายให้สตาร์ทอัพ อดทน ลงมือแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วนเพื่อประคองธุรกิจให้ผ่านช่วงเวลานี้ รอเวลาที่สถานการณ์คลี่คลาย รอ Bull Market ที่ย่อมย้อนกลับมาตามวัฎจักรเสมอ

* Angel Central ก่อตั้งโดยคุณ Lim Der Shing Huang Shao Ning ซึ่งประสบความสำเร็จในการสร้างธุรกิจ และผันตัวเองมาเป็นนักลงทุน ได้เห็นช่องว่างของการลงทุนใน early stage start up ในสิงคโปร์ จึงก่อตั้ง Angel Central ขึ้นมา


ข้อมูลเพิ่มเติม www.angelcentral.co
สรุปโดย ดร.ธนรรภรณ์ เศรษฐ์จินดา (อ.แนน)

หรือแชร์บทความ

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

ธุรกิจในภาวะวิกฤติ
กรณีศึกษา
การระดมทุน

บทความก่อนหน้า

ธุรกิจเเละองค์กรขนาดใหญ่รับมือสถานการณ์ COVID-19 อย่างไร

บทความถัดไป

7 Checklist เพื่อพัฒนา Business Model ให้ยั่งยืน