บทความ

>

5 เทคนิคเตรียมพร้อมรับ Due Diligence เพื่อปิดดีลกับ VC

5 เทคนิคเตรียมพร้อมรับ Due Diligence เพื่อปิดดีลกับ VC

HIGHLIGHT :

  • เรียนรู้ 5 เทคนิคสำคัญสำหรับสตาร์ทอัพ ในการเตรียมพร้อมรับการ Due Diligence (DD) จาก VC เพื่อปิดดีลได้อย่างราบรื่น ได้แก่ 1 .เข้าใจกระบวนการทำ DD ของ VC 2. การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส 3. การเลือกใช้ระบบ Virtual Data Room  4. การแบ่งบทบาทหน้าที่ของทีมบริหาร 5. ศึกษาข้อมูล VC ผ่านการ Reference Check

เวลาในการอ่าน 7  นาที


หนึ่งในขั้นตอนการลงทุนของ VC ที่สำคัญที่สุด คือขั้นตอนการทำ Due Diligence (หรือการสอบทานธุรกิจ) โดยข้อมูลที่ VC ได้รับจากสตาร์ทอัพในขั้นตอนนี้ จะมีความสำคัญมากต่อการตัดสินใจของ VC ว่าจะลงทุนหรือไม่ในที่สุด

Due Diligence หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกสั้นๆว่า “DD” นั้นสำคัญอย่างไร?

กว่า VC จะตัดสินใจลงทุนในสตาร์ทอัพแต่ละบริษัท จะต้องใช้เวลาทำ DD อย่างละเอียด เพื่อให้เข้าใจถึงธุรกิจที่พวกเขาจะลงทุน โดยขอบเขตจะรวมไปถึงรายละเอียดในเชิงธุรกิจ เช่น ผู้ก่อตั้ง ทีมงาน เทคโนโลยี อุตสาหกรรม กฎหมาย ภาษี การเงิน ไปจนถึงวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งที่กล่าวมานั้นแทบจะเรียกได้ว่าดูทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับบริษัท

ผู้ก่อตั้งหลายคนที่กำลังจะระดมทุนครั้งแรก อาจจะยังไม่ทราบว่า ขั้นตอนการทำ DD นั้นจะต้องใช้เวลาและพลังงานเป็นอย่างมาก ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ถือเป็นทรัพยากรอันมีค่าและมีจำกัดของผู้ก่อตั้งในการทำธุรกิจ ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมตัวในการเพิ่มโอกาสการรับเงินลงทุนจาก VC ให้ประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้ บทความนี้ได้รวบรวมเนื้อหา และเทคนิคไว้ดังต่อไปนี้ 

1. เข้าใจ Process การทำ DD ของ VC

ตัวอย่าง ขั้นตอนการลงทุนของ VC โดยทั่วไป

VC ส่วนใหญ่ แบ่งระดับการทำ DD ออกเป็นสองขั้น ได้แก่ Screening DD ซึ่งเป็นการประเมินข้อมูลธุรกิจเบื้องต้น (บาง VC อาจเรียกขั้นตอนนี้ว่า Pre-liminary DD) และต่อด้วย Full DD ซึ่งเป็นการประเมิน และสืบค้นข้อมูลธุรกิจแบบเชิงลึก

จะเห็นได้ว่า ทั้งสองขั้นตอนมีระดับความลึกในการทำข้อมูลต่างกันมากๆ โดย ผู้ก่อตั้งควรปรึกษา VC เกี่ยวกับลำดับขั้นตอนการลงทุน โดยแต่ละ VC อาจมีขั้นตอน DD ที่แตกต่างกันออกไปบ้าง แต่หากเมื่อผู้ก่อตั้งเข้าใจขั้นตอนของ VC ที่สนใจลงทุนกับเราแล้ว ก็จะสามารถวางแผนการทำงานร่วมกับ VC เหล่านั้น เพื่อให้ข้อมูลได้เป็นอย่างดี โดยที่บาง VC อาจสามารถออก Term Sheet ได้แม้จะจบขั้นตอน Screening DD (โดยส่วนมากจะเป็น Early Stage Start-up) ในขณะที่ VC บางเจ้าอาจต้องรอให้ประเมินจนจบ Full DD เสียก่อนจึงจะสามารถออก Term Sheet ได้

2. เปิดเผยข้อมูล อย่างโปร่งใสชัดเจน ไม่หมกเม็ด

ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพส่วนมากจะเป็นคนเก่งมีความสามารถ ซึ่งหลายคน มีความตั้งใจ มีแรงขับเคลื่อนในการทำธุรกิจของตัวเองให้ประสบความสำเร็จ และบางครั้งอาจพลาดพลังไม่กล้าเปิดเผยข้อมูลด้านลบ ของธุรกิจของเราในขั้นตอนการ Due Diligence ซึ่งอาจส่งผลเสียอย่างร้ายแรงในที่สุด

ผู้ก่อตั้งควรเข้าใจว่า VC นั้นมีประสบการณ์พบเจอกับเหล่าผู้ก่อตั้งมากมาย พบเห็นจุดแข็ง จุดด้อย ข้อผิดพลาดมามาก ดังนั้น หากผู้ก่อตั้งพยายามที่จะปกปิดจุดด้อย หรือจุดอ่อนของธุรกิจตัวเอง และ VC มาพบเจอทีหลัง อาจส่งผลกระทบทำให้ ดีลล่มได้  ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุด คือการเปิดข้อมูลทุกอย่าง ทั้งจุดแข็ง ทั้งหมด และเตรียมวิธีการ รวมถึงกลยุทธ์ในการแก้ไข จุดอ่อนเหล่านั้นให้ VC ได้ทราบ หลายครั้งผู้ก่อตั้งอาจได้มุมมองใหม่ๆ จาก VC อีกด้วย

3. เลือกใช้ระบบ Virtual Data Room ที่ได้มาตรฐาน

การเข้าถึงข้อมูลในขั้นตอนการทำ DD ของ VC นั้น ส่วนมากจะเป็น online แทบทั้งสิ้น ดังนั้นผู้ก่อตั้งควรเลือกใช้ Virtual Data Room ที่มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน และมีฟีเจอร์ ที่ช่วยให้ VC สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก และการเลือกใช้ระบบ Virtual Data Room ที่ดีนั้น จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดี ในมุมมองของ VC อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อตั้งควรพิจารณาถึงต้นทุน Virtual Data Room ด้วย หากเรา ยังไม่พร้อมในการเสียค่าใช้จ่าย อาจเลือกใช้ของฟรี อย่างเช่น Google Drive หรือ Trello แทนได้

4. Assign สมาชิกในทีมให้รับผิดชอบแต่ละหัวข้อ

ผู้ก่อตั้งควรมีทีมงานช่วย ทำข้อมูลสำหรับการ Due Diligence เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผู้ก่อตั้งที่พยายามดึงบทสนทนา หรือการให้ข้อมูลผ่านผู้ก่อตั้งแต่เพียงผู้เดียว จะส่งผลลบต่อมุมมองของ VC อันเนื่องมาจาก VC ส่วนใหญ่ มักพิจารณาการลงทุนกับ ผู้ก่อตั้งที่สามารถสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สร้าง Leader ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในบริษัท ดังนั้น ควรจัดแจงแบ่งงานให้ สมาชิกในทีม (ที่เรามั่นใจและมีส่วนสำคัญในบริษัท) ให้เข้ามามีส่วนร่วม อย่างเช่น
  • CTO ดูแลหัวข้อ ด้านเทคโนโลยี Cyber Security และอื่นๆ
  • นักบัญชี ดูแลหัวข้อ บัญชี การเงิน และภาษี เป็นต้น
  • นักกฎหมาย (ถ้ามี) ดูแลหัวข้อ สัญญา ใบอนุญาต ต่างๆ เป็นต้น

5. VC Reference Check

ผู้ก่อตั้งหลายคนอาจยังไม่ทราบว่าจริงๆ แล้ว VC เอง ก็สามารถโดน reference ได้เช่นกัน โดยวิธีการง่ายๆ เพียงแค่สืบค้นดูว่า VC เจ้านั้น ได้ลงทุนในสตาร์ทอัพที่ไหนบ้าง และ/หรือ ได้ร่วมลงทุนกับ VC เจ้าอื่นๆ ที่ไหนบ้าง ผู้ก่อตั้งสามารถสอบถามถึงสไตล์การทำงาน และข้อพิจารณาที่สำคัญในการตัดสินใจลงทุนของ VC เจ้านั้นๆ เพื่อการเตรียมตัวที่ตรงจุดในหัวข้อที่ VC เจ้านั้นให้ความสนใจมากยิ่งขึ้น ดูเหมือนกันอาจเป็นการลอกข้อสอบ แต่จริงๆ แล้วผู้ก่อตั้งส่วนใหญ่ใน Later Stage Start-up ทำขั้นตอนนี้กันตลอดเวลา

ทั้งหมดนี้คือเทคนิค 5 ข้อที่แนะนำสำหรับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพที่กำลังเตรียมระดมทุน เพื่อการวางแผนและเตรียมความพร้อมได้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากตัวธุรกิจสตาร์ทอัพจะมีความน่าสนใจลงทุนแล้ว หากผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพสามารถเตรียมการมาได้เป็นอย่างดี ก็จะสามารถเพิ่มโอกาสในการระดมทุนให้สำเร็จได้มากขึ้นด้วย


บทความโดย : กัมปนาท วิมลโนท
Head of Investment and Strategic Partnership
Krungsri Finnovate

หรือแชร์บทความ

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

การระดมทุน

บทความก่อนหน้า

Pivot การปรับเปลี่ยนของธุรกิจ โอกาสภายใต้วิกฤต

บทความถัดไป

ธุรกิจเเละองค์กรขนาดใหญ่รับมือสถานการณ์ COVID-19 อย่างไร