บทความ

>

SMEs รับมือกันอย่างไร ในสถานการณ์ COVID-19

SMEs รับมือกันอย่างไร ในสถานการณ์ COVID-19

HIGHLIGHT :

  • สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 นั้นส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เชื่อว่าทุกคนได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใด อยู่ในธุรกิจประเภทใด รวมไปถึงด้านการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ด้วย ธุรกิจ SMEs ซึ่งเป็นธุรกิจกลุ่มใหญ่ของประเทศ ที่เคยให้บริการก็ต้องปิดหรือจำกัดการขายลงไปในสถานการณ์เช่นนี้ มาดู 5 วิธีการที่ SMEs ปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อรับมือในช่วงวิกฤติการณ์

เวลาในการอ่าน 3 นาที


บทความนี้ได้ทำการสรุปการเสวนาหัวข้อ จาก Techsauce Virtual Conference 2020 ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนวิธีจัดงานในช่วงวิกฤติการณ์ COVID-19 มาเป็นการ Live ผ่าน Facebook โดยมีผู้เข้าร่วมรับฟังในบางช่วงสูงถึง 1,500 คนทีเดียว

ผู้เข้าร่วม Panel Discussion ประกอบด้วย

1. คุณไผท ผดุงถิ่น CEO BUILK ONE GROUP

2. คุณยอด ชินสุภัคกุล CEO Wongnai

3. คุณมารุต ชุ่มขุนทด CEO และผู้ก่อตั้ง Class Café

ทั้ง 3 ท่านได้นำเสนอวิธีการรับมือ พร้อมทั้งแชร์ประสบการณ์ ในสิ่งที่เกิดขึ้นและกำลังดำเนินการกันอยู่ให้กับผู้เข้าร่วมรับฟังผ่าน Facebook Live โดยสรุปวิธีรับมือได้ ดังนี้

1. การเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ของพนักงาน กลุ่มพนักงานที่เคยต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ เช่น การออกไปพบลูกค้า หรือช่างภาพ จะต้องเปลี่ยนบทบาทมาช่วยพนักงานที่ต้องติดต่อกับลูกค้า ทั้งการรับโทรศัพท์ การสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ ตัวอย่างเช่น  Wongnai ที่เป็น Platform ร้านอาหาร จะมีกลุ่มร้านอาหารที่ต้องปิดการบริการแบบนั่งรับประทานที่ร้าน มาเป็นการบริการแบบ Delivery ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก ในช่วงเวลานี้ พนักงานจะต้องช่วยกันรับ Call รวมทั้งการนำร้านอาหารขึ้นวางบน Platform ให้ทันกับความต้องการของลูกค้า

2. การร่วมประชุมพูดคุย หารือกันทุกวัน หรือให้บ่อยครั้งขึ้น เพื่อประเมินและหาไอเดียใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์กับสถานการณ์ เช่น การให้บริการของร้านอาหารจะเพิ่มการบริการแบบ Pick up คือ สั่งไว้แล้วนัดเวลามารับเอง เพื่อแก้ปัญหาการใช้เวลานานในการรอ เนื่องจากมีรถบริการส่งไม่ทันความต้องการ ซึ่งอาจทำให้อาหารเสียรสชาติ หรือการมี Campaign โดยออกเป็น Gift Voucher ให้กับลูกค้า ซึ่งลูกค้าสามารถนำมาใช้กับร้านค้าได้ภายในระยะเวลา 1 ปี เป็นต้น วิธีนี้จะช่วยให้ร้านค้าสามารถประคับประคองตัวเองในสถานการณ์วิกฤติได้

3. การลดปริมาณสต๊อกสินค้าลง และเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินสดให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่ใช้ของสดที่เก็บได้ไม่นาน และใช้วิธีสอบถามกับ Supplier อย่างสม่ำเสมอว่ามีสินค้ารองรับความต้องการหรือไม่ เพื่อให้สามารถบริหารสต๊อกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในเรื่องนี้มุมมองของผู้ประกอบการบางท่าน อาจจะนำของสดเหล่านั้นมาผลิตและปรุงสุก เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข กลุ่มจิตอาสา หรือผู้ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งเป็นการแบ่งปันให้สังคมและเป็นการสร้างคุณค่าที่ดีให้กับธุรกิจอีกด้วย

4. การหาคุณค่าที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์  ตัวอย่างเช่น ในสถานการณ์ปกติ การออกจากบ้านมาใช้บริการร้านกาแฟ ถือเป็น Life Style อย่างหนึ่ง แต่เมื่อปิดบริการแบบ Dine in และต้องใช้บริการ Delivery การขายกาแฟในราคาเดิม อาจไม่สามารถทำได้ เพราะราคาที่ตั้งไว้นั้น ได้รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เข้าไปด้วย เช่น เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งร้าน หรือค่าเช่าพื้นที่ในร้าน เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าลูกค้าจะไม่ตัดสินใจซื้อในราคาเดิม เพราะไม่ได้รับบริการดังกล่าว ผู้ประกอบการอาจต้องตั้งราคาขายให้สมเหตุสมผลกับสถานการณ์ในช่วงดังกล่าวไปก่อน

5. การเจรจาต่อรอง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายหรือยืดระยะเวลาการจ่ายออกไป รวมทั้งการตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นทั้งหมดออกไป เป็นวิธีที่จะช่วยให้เพิ่มเงินสดในมือ ช่วยประคับประคองธุรกิจได้เป็นอย่างมาก ซึ่งในช่วงเวลานี้ สถาบันการเงินหรือเจ้าของพื้นที่เช่าหลายแห่งก็ให้ความร่วมมือในการลดภาระผู้ประกอบการลง เพื่อเป็นการช่วยเหลือกันในภาวะวิกฤติเช่นนี้ เพื่อให้ทุกคนได้ “รอดไปด้วยกัน

ผลกระทบที่ได้รับและวิธีการรับมือกับสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 นั้น มีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจ  ธุรกิจในกลุ่มก่อสร้างอาจยังไม่ได้รับผลกระทบทันที เพราะมีการตกลงและดำเนินการมาก่อนหน้าแล้ว และถ้ารับการก่อสร้างจากภาครัฐจะพออยู่ได้ แต่อาจจะปรากฏผลหลังจากเหตุการณ์จบไปแล้ว เพราะคาดว่าจะไม่มีการใช้จ่ายหรือการลงทุนเพิ่มขึ้นในส่วนนี้  แต่สิ่งหนึ่งที่จะเปลี่ยนไปแน่นอนคือ Delivery จะเป็นบริการที่ต้องมีโดยเฉพาะธุรกิจอาหาร ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องมีเมนูที่เหมาะกับการ Delivery จัดเตรียมไว้บริการด้วย ไม่มุ่งแต่การกระตุ้นให้คนอยากมาใช้บริการในร้านอย่างเดียว

สิ่งสำคัญที่สุดคือคน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญ จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดวิธีทำงาน ต้องช่วยกันอย่างเต็มกำลังโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ไม่มีการยึดติดกับการทำงานในหน้าที่เดิม พร้อมที่จะปรับเปลี่ยน เพื่อทำให้องค์กรอยู่รอดให้ได้ เพราะนั่นหมายถึง คนในองค์กรก็จะ “รอดไปด้วยกัน”


Credit : Techsauce Virtual Conference 2020
 
บทความโดย : ปิยารมย์ ปิยะไทยเสรี
ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ประกอบการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

หรือแชร์บทความ

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

ธุรกิจในภาวะวิกฤติ

บทความก่อนหน้า

ขนาดของคุณค่าที่ส่งมอบ กับโอกาสความสำเร็จของธุรกิจ

บทความถัดไป

ดิจิทัลสตาร์ทอัพ แพลตฟอร์มสัญชาติไทย จะฝ่าวิกฤตโควิดไปได้อย่างไร?