บทความ

>

มีไอเดียแต่ไม่มีทีม เริ่มต้นทำสตาร์ทอัพได้มั้ย

มีไอเดียแต่ไม่มีทีม เริ่มต้นทำสตาร์ทอัพได้มั้ย

HIGHLIGHTS :

  • การมีทีมงาน ควรมีเท่าที่จำเป็นกับงานสำคัญที่ต้องทำเพื่อให้ธุรกิจเกิดขึ้น
  • ตัวอย่างของการประเมินจำนวนทีมงาน จากงานที่จำเป็นต้องทำ ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ
  • ในการทำธุรกิจบางอย่างอาจสามารถทำได้โดยเริ่มต้นจากผู้ก่อตั้งเพียงคนเดียว

เวลาในการอ่าน  3  นาที


มีไอเดียทำธุรกิจสตาร์ทอัพ แต่ไม่มีทีม ต้องทำยังไง เป็นคำถามสุดคลาสสิกของนักศึกษา และคนที่สนใจอยากทำธุรกิจ ที่มีไอเดียมาสักพักแล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่มสักที เพราะยังหาส่วนผสมที่ลงตัวของทีมไม่ได้

เรื่องการหาทีมงานเป็นส่วนสำคัญก็จริง แต่เราอาจจะต้องเริ่มจากการหันมาถามตัวเองก่อนเริ่มต้นธุรกิจว่า ไอเดียที่เราจะเริ่มต้นทำธุรกิจนั้น จำเป็นจะต้องมีคนจำนวนกี่คนกันแน่ เพราะหลายครั้งเราไม่ได้เริ่มทำธุรกิจหรือไอเดียที่เกิดขึ้นมาในหัวสักที เพราะมัวแต่หาเพื่อนร่วมทีม จนบางครั้งเราอาจจะลืมนึกไปว่า การที่มีเพื่อนมาร่วมในทีมก็ไม่ได้การันตีความสำเร็จของธุรกิจเสมอไป และเราอาจจะคิดไม่ถึงว่าการมีเพื่อนร่วมทีมหลายคน ก็อาจจะเกิดปัญหาได้อย่างหนึ่งก็คือ การจัดสรรแบ่งหุ้นและผลประโยชน์ให้กับเพื่อนร่วมทีมที่อาจจะไม่ลงตัว ทำให้เกิดเป็นปัญหาเรื่องความคาดหวังว่าใครจะต้องทำอะไรบ้าง เพราะว่าพอมีคนหนึ่งทำงานได้ไม่ถูกใจอีกคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะทุ่มเททำงานมากแค่ไหนแล้วก็ตาม ก็จะทำให้เกิดความไม่พอใจกันระหว่างเพื่อนในทีมได้

ส่วนสำคัญของการมีทีมงาน เราต้องกลับมาคิดให้ดีก่อนว่า ธุรกิจจากไอเดียของเรา จำเป็นจะต้องทำอะไรบ้าง แล้วแบ่งออกมาให้ชัดเจน ว่างานสำคัญที่ต้องทำเพื่อให้ธุรกิจเกิดขึ้นได้ มีอะไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น

ธุรกิจ Platform สอนพิเศษออนไลน์ ที่ต้องการให้มีผู้เรียน สามารถเรียนได้พร้อมกันจำนวนหลายร้อยคน โดยวิดีโอต้องไม่กระตุก และคนที่ซื้อคอร์สเรียนไป ไม่สามารถเอา Username & Password ไปให้คนอื่นเข้ามาดูได้ จากตัวอย่างนี้หากลองสอบถามนักศึกษาดูว่าต้องใช้ทีมทั้งหมดกี่คน จะมีคำตอบที่หลากหลายตั้งแต่น้อยสุดคือประมาณ 5 คน (บริหาร วางแผน คิดหลักสูตร 1 คน ถ่ายทำวิดีโอ 1 คน พัฒนาเว็บไซต์ 2 คน ตอบลูกค้า 1 คน) จนถึงประมาณ 20 คนที่ทำเป็นแอปพลิเคชันพร้อมทีมทำการตลาดขนาดใหญ่

แต่ในความจริงแล้วการทำให้ธุรกิจนี้เกิดขึ้นได้ ไม่จำเป็นต้องใช้คนจำนวนมากเพื่อมาทำเป็นแอปพลิเคชันก็ได้ เพียงแค่ใช้ประโยชน์จาก Facebook โดยการตั้งกลุ่มเฉพาะ (Private Group) ขึ้นมา สำหรับแต่ละวิชาออนไลน์ที่ขาย เพราะ Facebook แบบ Private Group  จะเข้าได้เฉพาะคนที่เราเชิญเท่านั้น ซึ่งตอบโจทย์การสอนพิเศษออนไลน์ที่คนสามารถเข้าเรียนได้พร้อมกันโดยวีดีโอไม่กระตุก และการจำกัดเข้าเรียนได้เฉพาะคนที่ซื้อคอร์สเรียนจริงๆ เพราะคงไม่มีใครเอา Username & Password ของ Facebook ไปแชร์ให้คนอื่นเข้ามาดู   ในขณะที่หน้าที่อื่นๆ ใช้ช่องทาง LINE ในการขาย พูดคุยกับลูกค้า และให้ลูกค้าส่งสลิปโอนเงินที่โอนเข้าบัญชีบริษัท แล้วจึงดึงลูกค้าเข้ามาเรียนในกลุ่ม Facebook และเนื้อหาบทเรียนก็ใช้วิธีการชวนพาร์ทเนอร์ที่มีความรู้ด้านนั้น ให้อัดวิดีโอจากคอมพิวเตอร์ของตัวเองส่งมา ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้โดยใช้คนเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น

จะเห็นได้ว่าจำนวนคนของทีมจำนวนมากหรือน้อยไม่ได้สะท้อนถึงการเริ่มต้นทำธุรกิจแต่อย่างใด บางธุรกิจเริ่มต้นจากคนๆ เดียว ก็สามารถทำงานสำคัญๆ ที่ทำให้ธุรกิจเกิดขึ้นจริงได้  และเมื่อธุรกิจเริ่มมีความชัดเจน มีงานสำคัญที่ต้องทำมากขึ้น ก็สามารถขยายเพิ่มเติมทีมงานในภายหลังได้


บทความโดย : นพ พงศธร ธนบดีภัทร
ตำแหน่ง CEO & Co-founder บริษัท Refinn
และเจ้าของ Youtube channel : NopPongsatorn

หรือแชร์บทความ

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เคล็ดลับทำธุรกิจ
Startup

บทความก่อนหน้า

เปิดวาร์ป 10 หนังสือธุรกิจน่าอ่าน จากห้องสมุดมารวย (ตอนที่ 2)

บทความถัดไป

มากกว่าแนวคิดธุรกิจ ต้องดูแลงานหลังบ้าน (Operating Model Canvas: OMC)