บทความ

>

เปิดวาร์ป 10 หนังสือธุรกิจน่าอ่าน จากห้องสมุดมารวย (ตอนที่ 2)

เปิดวาร์ป 10 หนังสือธุรกิจน่าอ่าน จากห้องสมุดมารวย (ตอนที่ 2)

HIGHLIGHTS :

  • ต่อจากตอนที่ 1 ซึ่งได้แนะนำหนังสือที่เน้นสร้างแรงบันดาลใจ ให้แนวคิดและประสบการณ์ในการเริ่มทำธุรกิจไปแล้ว 5 เล่ม ในตอนที่ 2 นี้ (ตอนสุดท้าย) ห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์ฯ หยิบหนังสือจากมุมหนังสือ “Innovative Entrepreneurship” ที่มุ่งเน้นถึงกลยุทธ์ วิธีการ เครื่องมือต่างๆ ในการบริหารจัดการธุรกิจให้เติบโต อาทิเช่น แปลงไอเดียเป็นสินค้าบริการ การทำการตลาด และวิธีการหาแหล่งเงินทุนของสตาร์ทอัพ ซึ่งประกอบด้วยหนังสือ 5 เล่ม ดังนี้
    • เล่มที่ 6: ขโมยวิธีคิดสุดเจ๋ง จากสุดยอดโรงเรียนสอนสตาร์ทอัพ = The launch pad : inside Y combinator
    • เล่มที่ 7: Winning with Ideas จากหนึ่ง ถึงพันล้าน
    • เล่มที่ 8: Startup กับการวางกลยุทธ์บุกตลาด
    • เล่มที่ 9:  Digital Marketing 6th Edition : Concept & Case Study (Update 2019-2020)
    • เล่มที่ 10: Startup Fundraising  โลกการระดมทุนสตาร์ทอัพ

เวลาในการอ่าน  5.5  นาที


เล่มที่ 6: ขโมยวิธีคิดสุดเจ๋ง จากสุดยอดโรงเรียนสอนสตาร์ทอัพ = The launch pad : inside Y combinator
ผู้เขียน Randall Stross  ผู้แปล กนกกาญจน์ เวชชวิศิษฎ์

"Y Combinator (YC)" เป็นบริษัทบ่มเพาะและผลักดันสตาร์ทอัพในซิลิคอนวัลเลย์ เปรียบเสมือนโรงเรียนสอนสตาร์ทอัพ ที่เป็นแหล่งรวมสตาร์ทอัพหัวกะทิที่ใหญ่ที่สุดในโลก โรงเรียนแห่งนี้สามารถปั้นธุรกิจจาก 0 ไปจนมีมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ภายใน 3 เดือน มีสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จมากมาย อาทิเช่น Airbnb, Dropbox ฯลฯ ซึ่งต่อมากลายเป็นต้นแบบหลักสูตรที่คนแย่งกันสมัครเข้าเรียนมากเป็นลำดับต้นๆ  

Randall Stross ผู้เขียนซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าไปศึกษาข้อมูลแบบเชิงลึก โดยเขาสามารถถอดบทเรียน และเขียนออกมาเป็นเนื้อหาที่ละเอียดเจาะลึก แต่ละบทจะเป็นเรื่องราวของเหล่าสตาร์ทอัพที่อ่านสนุก แต่แฝงไปด้วยบทเรียนสำคัญต่างๆ ซึ่งจะพลิกมุมมองทั้งด้านธุรกิจและการใช้ชีวิต รวมถึงผู้อ่านจะได้เข้าใจวิธีคิดของผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพและกองทุน Venture Capital ระดับโลก ตั้งแต่การหาไอเดีย การสร้างธุรกิจ ไปจนถึงการระดมทุน

ภายในหนังสือได้เล่าถึงความเป็นมา และแนวทางของ YC รวมถึงเรื่องราวของสตาร์ทอัพที่ได้เข้ามาอยู่ใน YC ผ่านหัวข้อต่างๆ ดังนี้
  1. เด็กกว่า
  2. สูงวัยกว่า
  3. มหาวิทยาลัยสไตล์ใหม่
  4. ผู้ชาย
  5. บ้าระห่ำ แต่ปกติ
  6. ไม่เซ็กซี่
  7. Genius
  8. นักลงทุนรายย่อย
  9. ปิดการขายเสมอ
  10. แยกร่าง

ตัวอย่างเนื้อหาที่น่าสนใจในหนังสือเล่มนี้ 3 บทแรก

เริ่มจากบทแรก ที่เล่าถึงขั้นตอนการรับสมัครเข้าโครงการของ YC โดยแต่ละปีมีสตาร์ทอัพสนใจส่งใบสมัครกว่า 2,000 แห่ง แต่ YC จะคัดเลือกมาสัมภาษณ์ประมาณ 200 โดยจาก 200 จะเหลือเพียง 60 กว่าบริษัท ซึ่ง YC จะให้เงินลงทุนตั้งต้นแลกกับหุ้นราวๆ 4%-7% (แล้วแต่ YC พิจารณา) ในขั้นนี้ YC ได้สรุปไว้ว่า ทีมผู้สมัครมีอยู่ 3 ประเภท ได้แก่ ทีมที่มีแวว ทีมไม่มีแวว และทีมมีแววแต่ไอเดียไม่มีแวว โดยประเภทที่ 3 YC จะให้โอกาสทีมนั้นกลับไปปรับไอเดียแล้วเสนอเข้ามาใหม่

บทที่ 2 พูดถึงเรื่องวัยที่ได้เปรียบในการมาลุยทำสตาร์ทอัพ คืออายุระหว่าง 24 -26 ปี เพราะเป็นวัยที่มีความอึด อดทน มีความกระหาย ยังไม่ลงหลักปักฐาน (ไม่มีภาระหนี้) และมีความเขลา ซึ่ง YC มองว่าเป็นเรื่องของความไร้เดียงสาและยังอ่อนประสบการณ์ แต่พร้อมที่จะเรียนรู้ ไม่หยุดนิ่ง

บทที่ 3 การเข้ามาอยู่ในแคมป์ของ YC 3 เดือน เปรียบเหมือนการเรียนในมหาวิทยาลัยสไตล์ใหม่ ที่ไม่มีกฏระเบียบเหมือนโรงเรียนหรือที่ทำงาน ตัวชี้วัดของธุรกิจคือลูกค้าหรือนักลงทุน ที่จะตัดสินว่าธุรกิจจะได้ไปต่อหรือไม่ แต่จากประสบการณ์ของ YC ตลอดกว่า 10 ปี พบว่า ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพที่มักจะประสบความสำเร็จ คือพวกเขาจะตัดสิ่งที่ทำให้เกิดความวอกแวกทั้งหมดออกจากชีวิต เน้นโฟกัสไปที่เรื่องธุรกิจอย่างเดียว และใช้ชีวิตช่วงนี้แค่ กิน นอน ออกกำลังกาย และการทำความรู้จักกับคนในแคมป์ที่อาจจะเกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ รวมถึงการอ่าน Hacker News เพื่ออัปเดตความรู้ทุกวัน

สรุปได้ว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญที่หนังสือเล่มนี้พยายามบอกคือ แนวคิดของ YC ที่มักจะถามสตาร์ทอัพอยู่เสมอๆ ว่า ที่กำลังจะทำมันเป็นสิ่งที่ผู้คนต้องการหรือเปล่า ซึ่งตรงกับคติของ YC คือ “สร้างสิ่งที่คนต้องการ”

 
เล่มที่ 7: Winning with Ideas จากหนึ่ง ถึงพันล้าน
ผู้เขียน : มาโนช พฤฒิสถาพร

ผู้เขียน เล่าเรื่องราวไอเดียของเหล่าสตาร์ทอัพและบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อให้ผู้อ่านรู้จัก และเข้าใจธุรกิจประเภทต่างๆ แบบกว้างๆ พร้อมบทวิเคราะห์ว่าทำไมหลายๆ ไอเดียและแพลตฟอร์มจากกิจการเหล่านี้ถึงสามารถสร้าง impact ได้ ผ่านธุรกิจที่น่าสนใจกว่า 20 แห่ง ดังนี้
  1. Sprig สตาร์ทอัพที่อยากทำให้คนเลิกกิน McDonald’s
  2. Luxe ฝันที่ไม่ถึงฝั่งของสตาร์ทอัพไอเดียเด็ด
  3. Rinse สตาร์ทอัพซักผ้าที่ชนะคู่แข่งด้วยการคิดต่างไม่ On Demand และไม่สร้าง App
  4. TaskRabbit สตาร์ทอัพรับจ้างสารพัดสำหรับคนไม่มีเวลา
  5. UberPool ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดของ Uber ที่มาไม่ถึงไทย
  6. Tilt กล่องระดมทุนใบใหญ่ในโลกอินเทอร์เน็ต
  7. Venmo สตาร์ทอัพโอนเงินที่ไม่ต้องใช้เลขบัญชี และไม่มีค่าธรรมเนียม
  8. Splitwise สตาร์ทอัพหาค่าใช้จ่ายสำหรับสายแชร์
  9. Credit Karma สตาร์ทอัพที่สร้างรายได้มหาศาลจากข้อมูลที่ Google และ Facebook ไม่มี
  10. Digit สตาร์ทอัพออมเงินอัตโนมัติสำหรับคนออมเงินไม่อยู่
  11. Tranferwise สตาร์ทอัพโอนเงินข้ามประเทศที่ตอบโจทย์กว่าธนาคาร
  12. TripAdvisor ธุรกิจ Content Review ที่สร้างมูลค่าแสนล้านจากโมเดล win win win
  13. Glassdoor สตาร์ทอัพที่ช่วยให้คนหางานรู้ในสิ่งที่บริษัทไม่อยากให้รู้
  14. Quora สตาร์ทอัพถามตอบ ตอบทุกโจทย์ที่โลกอินเทอร์เน็ตต้องการ
  15. Slack เปลี่ยนการคุยงานออนไลน์ให้กลายเป็นเรื่องสนุก
  16. General Assembly คอร์สเรียนเข้มข้นของเหล่าสตาร์ทอัพน้องใหม่
  17. Angellist จากนั้นอดิเรกสู่คลังแสงสำหรับชาวสตาร์ทอัพ
  18. Dollar Shave Club ขายที่โกนหนวด 1 ดอลลาร์จนมีมูลค่าพันล้าน
  19. Amazon Prime การตลาดออนไลน์ที่เกิดมาเพื่อฆ่าห้างสรรพสินค้า
  20. Allbirds ใครว่าสตาร์ทอัพขายสินค้าโตได้แค่ในโลกออนไลน์

ตัวอย่างเนื้อหาในหนังสือที่น่าสนใจ

Sprig สตาร์ทอัพที่อยากทำให้คนเลิกกิน McDonald’s
มีจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายมาก โดยธุรกิจของเขาเริ่มจากการทดสอบตลาดโดยการโพสต์หาลูกค้าที่ต้องการอาหารที่มีประโยชน์และจัดส่งถึงที่บนเว็บ Craigslist
 
TaskRabbit สตาร์ทอัพรับจ้างสารพัดสำหรับคนไม่มีเวลา
เน้นการมีบริการที่หลากหลาย และครอบคลุมให้ลูกค้าเลือก เพราะเขาเชื่อว่า "หากเราจูงใจลูกค้าให้ใช้บริการครั้งแรกได้ ย่อมมีโอกาสที่เขาจะกลับมาใช้ซ้ำอีก"
 
Quora สตาร์ทอัพถามตอบ
ตอบทุกโจทย์ที่โลกอินเทอร์เน็ตต้องการ เว็บไซต์รวมคำถามและคำตอบที่มีจุดเด่นเรื่องคุณภาพของคำถามและคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ
 
เล่มที่ 8: Startup กับการวางกลยุทธ์บุกตลาด
ผู้เขียน: ศุภณัฐ สุขโข

หนังสือเล่มนี้ บอกเล่าเรื่องราวกลยุทธ์ที่มาจากสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จจากทั่วโลก ให้สามารถศึกษาและนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตัวเอง ในหนังสือเล่มนี้จะได้เห็นว่ามีหลายๆ สตาร์ทอัพอยู่ในธุรกิจที่ยากมากๆ และยังอีกมีหลายๆ สตาร์ทอัพที่จำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มีความหวือหวาใดๆ เป็นสินค้าที่ดูไม่น่าจะประสบความสำเร็จได้ แต่ด้วยการเลือกใช้กลยุทธ์ที่ถูกต้อง ก็ช่วยให้สตาร์ทอัพเหล่านี้ประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี มียอดขายจำนวนมากและได้รับเงินทุนมหาศาล

ไม่ว่าผู้อ่านจะเป็นคนหนึ่งที่ทำสตาร์ทอัพอยู่แล้ว หรือกำลังสนใจที่จะทำสตาร์ทอัพในอนาคต หรือแม้กระทั่งกำลังทำธุรกิจ SMEs อยู่ก็ตาม ทั้ง 40 กลยุทธ์จากสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จในหนังสือเล่มนี้ จะช่วยเปิดมุมมองในการทำธุรกิจ ให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่อยู่เบื้องหลังสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จจำนวนมาก อาทิ สตาร์ทอัพร้านกาแฟในจีนทำอย่างไรใน 9 เดือนกลายเป็นบริษัท 1,000 ล้านดอลลาร์ สตาร์ทอัพขายเฟอร์นิเจอร์ในอินเดียกับไอเดียแหวกๆ จนกลายเป็นเบอร์ 1 ของประเทศ เบื้องหลัง DJI กับกลยุทธ์ในการเติบโตเป็นผู้ผลิตโดรนอันดับ 1 ของโลก และอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อได้เห็นไอเดียใหม่ๆ ที่อาจนำไปใช้กับธุรกิจได้ ผ่านเคสตัวอย่างดังนี้
  • Dropbox สตาร์ทอัพหมื่นล้านกับกลยุทธ์ในการเริ่มต้นทำตลาดโดยไม่ต้องสร้างผลิตภัณฑ์จริง ๆ
  • เบื้องหลังความสำเร็จของร้านกาแฟ Luckin coffee 9 เดือน
  • กลยุทธ์ของ Spotify เอาชนะ Apple Music ขึ้นมาเป็นเบอร์ 1
  • วิธีการที่อยู่เบื้องหลังการปั้น DJI จนเป็นบริษัทโดรนอันดับ 1 ของโลก
  • ธนาคารยังหนาวเมื่อ Sofi บริษัท Fintech ขออาสาเปลี่ยนโลกการกู้เงินใหม่ทั้งหมด
  • ชายผู้มีเงินถึง 1 พันล้านดอลลาร์ด้วยอายุน้อยที่สุดในโลกกับสตาร์ทอัพ Stripe ของเขา
  • มาร์กมองเห็นอะไรจึงซื้อ Instagram ผ่านไป 6 ปีมูลค่าเพิ่มขึ้น 100 เท่า
  • สร้างความแตกต่างแบบ Urban ladder จนกลายเป็นเบอร์ 1
  • เรียนรู้วิธีสร้างแบรนด์แบบ Xiaomi กับเป้าหมายการเป็นเบอร์หนึ่งผู้ผลิตสมาร์ทโฟน
  • แอพอ่านข่าว Toutiao ไม่ต้องเขียนข่าวเอง แต่มีรายได้มากกว่าสำนักข่าว
 
เล่มที่ 9:  Digital Marketing 6th Edition : Concept & Case Study (Update 2019-2020)
ผู้เขียน: ณัฐพล ใยไพโรจน์

การทำธุรกิจ เรื่องที่สำคัญที่สุดอีกหนึ่งเรื่องคือเรื่องการขาย การทำการตลาด โดยเฉพาะในยุคดิจิทัล ที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเรียนรู้เรื่องการตลาดและก้าวตามให้ทัน จึงเป็นเรื่องที่ธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่สตาร์ทอัพ ไปจนถึง SMEs ขนาดเล็กขนาดกลาง ต่างก็ต้องเรียนรู้และใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเอง

หนังสือเล่มนี้ ได้นำเสนอกลยุทธ์การเข้าถึงลูกค้าใหม่ ๆ โดยการใช้เครื่องมือออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในยุคนี้ก็ได้แก่ Influencer, Social Media, e-marketplace, Super app, Ai ผสานกับเครื่องมือการตลาดออนไลน์ เช่น Content, Website, e-mail, Online PR เข้าด้วยกัน จึงเป็นหนังสือที่เหมาะกับเจ้าของธุรกิจให้สามารถนำไปต่อยอด ซึ่งมีทั้งหมด 13 Chapter ดังนี้
Chapter 1 Digital Marketing กับความท้าทายในปี 2019-2020
Chapter 2 Basic Marketing การตลาดเข้าใจง่ายกว่าที่คุณคิด
Chapter 3 Online Now
Chapter 4 วางแผนใช้เครื่องมือให้มีประสิทธิภาพจาก Consumer Decision
Chapter 5 Content Marketing อย่าทำชุ่ย
Chapter 6 Influencer พูดแทนแบรนด์
Chapter 7 เดินหน้าเต็มระบบด้วย Website
Chapter 8 Social Media Marketing Start Now or Never!
Chapter 9 E-Marketplace ศึกนัดช็อปชน ช็อปที่แบรนด์ห้ามพลาด
Chapter 10 Super App ยกระดับแบรนด์ให้อยู่ในใจลูกค้า (ตลอดเวลา)
Chapter 11 E-Mail Marketing เครื่องมือดีๆ ใช้ฟรี ส่งยังไงก็ถึง
Chapter 12 AI เปลี่ยนโลก
Chapter 13 Online PR สื่อสารแบรนด์ให้น่าคบ
 
จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้
  • เริ่มต้นด้วยการปรับวิธีคิดด้านการตลาดที่ถูกต้อง เรียนรู้จากสิ่งที่จับต้องได้ เพื่อให้รู้ว่า “จะทำอะไร จะบอกหรือสื่อสารไปอย่างไร จะขายอย่างไร หรือขายดีๆ ยาวๆ ทำอย่างไร” ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นนักการตลาดก็สามารถทำได้จริง
  • เล่าถึงกระบวนการต่างๆ ที่ทำให้เข้าใจแก่นของการตลาด อาทิเช่น กระบวนการตัดสินใจของคนซื้อ
  • สอนให้รู้จักการใช้ Digital Marketing Tools และ Shortcut กระบวนการสร้าง Content Marketing ผ่านเคสตัวอย่างที่ทำให้เข้าใจแนวคิดได้ง่ายขึ้น จึงสามารถประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้ง่ายขึ้น
 
เล่มที่ 10 : Startup Fundraising  โลกการระดมทุนสตาร์ทอัพ
ผู้เขียน: ดร.ธนรรภรณ์ เศรษฐ์จินดา ผู้เขียนร่วม: ณฤทธิ์ วรพงษ์ดี

ปิดท้ายด้วยหนังสือของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่จะทำให้สตาร์ทอัพไทย (และนักลงทุน) เข้าใจเรื่องการระดมทุนแบบ Smart Money ซึ่งได้รวบรวมเนื้อหาและหยิบยกตัวอย่างต่างๆ ที่บอกเล่าถึงภาพรวมการระดมทุนจากนักลงทุนประเภทต่างๆ ผ่านความหลากหลายของรูปแบบการระดมทุนตามระยะการเติบโต ขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงวิธีการทำงานกับนักลงทุน แนวทางการตัดสินใจเลือกแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมกับธุรกิจ ตลอดจนความคาดหวังของนักลงทุนแต่ละประเภท ผ่านการหยิบยกกรณีศึกษาที่น่าสนใจทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดเป็นเนื้อหาความรู้ขั้นต้นที่สำคัญ ดังนี้

อุ่นเครื่อง :    แหล่งเงินทุนสตาร์ทอัพ การระดมทุนในแต่ละช่วงการเติบโต
Chapter 1 :  นักลงทุนแต่ละประเภท
Chapter 2 :  แนวคิดนักลงทุน และขั้นตอนการทำงาน (ความคาดหวังของนักลงทุน และวิธีเลือกลงทุนในสตาร์ทอัพ)
Chapter 3 : เมื่อสตาร์ทอัพต้องระดมทุน (การเตรียมตัว การทำความเข้าใจเรื่องการประเมินมูลค่า และโครงสร้างผู้ถือหุ้น)
Chapter 4  : การระดมทุนทางเลือกอื่น เช่น Crowdfunding
Chapter 5 : รู้จักกับ LiVE: Equity Crowdfunding ของ SET (หลักเกณฑ์ขั้นตอนการลงทุนหรือระดมทุนเป็นอย่างไร)
บทส่งท้าย : คำศัพท์น่ารู้ที่เกี่ยวกับเรื่องการระดมทุน

ข้อคิดดีๆ จากหนังสือเล่มนี้ เช่น

“สตาร์ทอัพ ควรระลึกเสมอว่า การระดมทุนจากนักลงทุนคือการค้นหาหุ้นส่วนของธุรกิจ ซึ่งควรพิจารณาองค์ประกอบต่างๆ ให้ละเอียดรอบคอบ ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างสตาร์ทอัพและนักลงทุน คือหนึ่งในหัวใจสำคัญที่จะทำให้แผนธุรกิจของสตาร์ทอัพดำเนินไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้”

น่าเสียดายที่บทความทั้ง 2 ตอน หยิบหนังสือมาได้เพียงแค่ 10 เล่มเท่านั้น จริงๆ แล้ว มุมหนังสือ “Innovative Entrepreneurship” ยังมีหนังสือดีๆ น่าอ่านอีกมากมาย และเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้าซึ่งไม่จำเป็นต้องมายืมหนังสือที่ห้องสมุด ปัจจุบันนี้ ห้องสมุดมารวย จึงมีบริการใหม่ “อยู่ที่ไหนก็ยืมได้”

ใครสนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดที่  www.maruey.com หรือจะแวะไปเยี่ยมที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก  (ติดกับสถานฑูตจีน) เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30-21:00 น.


 
หมายเหตุ อ่านบทความ “เปิดวาร์ป 10 หนังสือธุรกิจน่าอ่าน จากห้องสมุดมารวย (ตอนที่ 1)”
 
บทความโดย : นุชนาถ  คุณความดี
ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ประกอบการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

หรือแชร์บทความ

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

บทความก่อนหน้า

เหลียวหลังแลหน้า สตาร์ทอัพไทยปี 2563 (ตอนที่ 1)

บทความถัดไป

มีไอเดียแต่ไม่มีทีม เริ่มต้นทำสตาร์ทอัพได้มั้ย