บทความ

>

เมื่อยูนิคอร์นปีกหัก

เมื่อยูนิคอร์นปีกหัก

HIGHLIGHT :

  • กรณีศึกษาของ Tink Labs ยูนิคอร์นรายแรกจากฮ่องกงที่แผนการเติบโตของธุรกิจไม่เป็นไปตามเป้าหมายและเทคโนโลยีไล่ตามทัน
เวลาในการอ่าน  2  นาที

สตาร์ทอัพทุกรายมีความใฝ่ฝัน ต้องการสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดให้ถึงระดับยูนิคอร์นที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ในบางครั้งสิ่งที่ฝันอาจไม่สวยหรูดังที่คิด อย่างหลายกรณีที่เกิดขึ้นเช่น Ofo Bike, Honestbee และล่าสุด Tink Labs ยูนิคอร์นรายแรกจากฮ่องกง

มารู้จักกับ Tink Labs

Tink Labs ก่อตั้งโดยเด็กหนุ่มชื่อ Terence Kwok ซึ่งปัจจุบันเป็น CEO ของบริษัทที่มีอายุเพียงแค่ 25 ปีเท่านั้น

ธุรกิจนี้เริ่มต้นครั้งแรกในปี 2012 เนื่องจาก Kwok ไปเที่ยวยุโรปกับครอบครัว แล้วประสบปัญหาในการใช้โทรศัพท์ที่มีอัตราค่าบริการที่แพง จึงมีแนวคิดในการหาบริการที่ถูกลง เกิดเป็นบริการสมาร์ทโฟนผ่าน Wifi ในห้องพักของโรมแรมชั้นนำทั่วโลกในชื่อ “Handy” จัดเป็น TravelTech Startup ที่ทันสมัยในช่วงนั้นด้วยเทคโนโลยี Voice Over Wifi ช่วยแก้ปัญหาค่าใช้จ่ายจากค่าโทรศัพท์เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ (Roaming Package)

ธุรกิจของ TInk Labs ทำเงินอย่างไร

ช่วงเริ่มธุรกิจ Tink Labs ให้บริการเช่าโทรศัพท์ที่สนามบินฮ่องกงสำหรับนักท่องเที่ยว โดยคิดค่าบริการรายวัน แต่เข้าถึงลูกค้าได้ค่อนข้างยากเนื่องจากมีขั้นตอนยุ่งยากในการเช่าและคืนเครื่อง บริษัทจึงเปลี่ยนกลยุทธ์โดยการเข้าหาโรงแรมเพื่อให้สามารถขยายฐานลูกค้าได้เร็วขึ้น จึงเกิดเป็น Handy

Business Model ของ Handy เป็นแบบ B2B2C คือคิดค่าบริการจากโรงแรม $0.5-$1 ต่อห้องขึ้นกับรูปแบบบริการที่ต้องการ ซึ่งถูกกว่าค่าน้ำประปาเสียอีก โดยโรงแรมสามารถรวมค่าบริการอยู่ในค่าห้องพักปกติ แต่แขกได้รับบริการเสริมจากการใช้โทรศัพท์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทำให้เกิดความพอใจในการใช้บริการและเลือกที่จะกลับมาใช้บริการอีก

ขยายสู่ระดับโลก

จากความสำเร็จในการใช้งานในฮ่องกง จึงเริ่มขยายไปยังต่างประเทศจนในปี 2017 สามารถขยายได้มากกว่า 82 ประเทศมีห้องพักให้บริการกว่า 650,000 ห้อง และผู้ใช้บริการกว่า 25 ล้านคน โดยในญี่ปุ่นที่เดียวมีห้องพักที่ใช้บริการกว่า 200,000 ห้อง

โรงแรมที่เป็นพาร์ทเนอร์ ซึ่งมีกว่า 100 แห่ง ใน 20 เมืองทั่วโลก และล้วนเป็นเครือใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น Starwood, Accor, Shangri-la, Sheraton, Novotel, Mercure, Intercontinental, Crowne Plaza หรือ Holiday Inn

โรงแรมเหล่านี้มองว่า Handy เป็นเครื่องมือสร้าง customer engagement และยังกระตุ้นการใช้จ่ายของลูกค้าระหว่างพักในโรงแรมด้วย โดย Tink Labs จะ customize หน้าจอเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลบริการหรือโปรโมชั่นของโรงแรมอย่างรวดเร็ว ทั้งยังวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานของลูกค้า เพื่อนำไปใช้พัฒนาบริการในอนาคต

จากสถิติพบว่า ลูกค้าที่ใช้บริการ Handy จะมีการใช้บริการอื่น ๆ ของโรงแรมมากขึ้น เช่น สปา, ร้านอาหาร, ร้านของที่ระลึก เฉลี่ยแล้วมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 20% ส่วนอื่น ๆ ที่มาพร้อม Handy ก็ได้แก่ ปุ่ม speed dial ให้ลูกค้าโทรหาโรงแรมได้ทันทีเมื่อต้องการความช่วยเหลือ ไปจนถึงคู่มือนำเที่ยว แนะนำร้านอาหาร ที่ช็อปปิ้งต่าง ๆ

เมื่อเริ่มโตก็เนื้อหอมได้รับความสนใจจากนักลงทุน

Tink Labs มีการระดมทุน 4 รอบ โดยล่าสุดได้รับทุน $300 ล้าน และมีการประเมินมูลค่าธุรกิจหลังการระดมทุนที่ $1.5 พันล้าน กลายเป็นยูนิคอร์นตัวใหม่ของฮ่องกง ที่ผ่านมาได้รับเงินลงทุนจาก SoftBank โดยการร่วมลงทุนในธุรกิจที่เปิดในฐี่ปุ่นเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีบริษัทลูกของ Foxconn ชื่อ FIH Mobile อดีตผู้บริการกูเกิ้ลในจีน Lee Kaifu และผู้ก่อตั้งแอป Meitu ชื่อ Cai Wensheng

ผนไม่เป็นไปตามเป้าหมายและเทคโนโลยีไล่ตามทัน

Tink Labs เริ่มส่ง email แจ้งว่าจะหยุดให้บริการ Handy ในห้องพักของโรมแรมในหลายแห่งทั่วโลก ได้แก่ จีน เดนมาร์ก อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และแอฟริกาใต้ แต่ยังคงให้บริการในประเทศหลักเช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ และบางส่วนในอังกฤษ โดยโอนย้ายบริการไปยังบริษัทชื่อ Blockone และมีการปลดพนักงานกว่า 500 คน เพื่อทำการปรับโครงสร้างบริษัทซึ่งจะแบ่งเป็น สินทรัพย์และทรัพย์สินทางปัญญา ในชื่อ Blockone และ GS Holdings

ทั้งนี้ส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้นคาดว่า เกิดจากการขยายฐานผู้ใช้งานทำได้ช้าไม่เป็นไปตามเป้าหมายจากเดิมที่ตั้งเป้าจำนวนห้องพักที่ใช้งาน 1 ล้านห้องภายในปี 2018 ในขณะที่เทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือได้พัฒนาอย่างรวดเร็วจนทำให้มีจำนวนโทรศัพท์ที่สามารถใช้ VoIP ได้จำนวนมากโดยสามารถใช้เบอร์โทรศัพท์เดิม ทำให้บริการหลักที่ Handy สามารถโทรได้ฟรีไม่น่าสนใจอีกต่อไป

บทสรุป

การทำธุรกิจสตาร์ทอัพ สิ่งที่สำคัญคือการขยายธุรกิจให้เร็วและครอบคลุมลูกค้าป้าหมายให้มากที่สุด ซึ่งหมายถึงการลงทุนที่มหาศาล ในขณะเดียวกันต้องประเมินศักยภาพคู่แข่งและสินค้าทดแทนในตลาด ดังนั้นผู้ประกอบการต้องเตรียมพร้อมในการปรับตัวและการแข่งขันอยู่เสมอ เพราะหากช้าไปเพียงนิดเดียวธุรกิจจะไม่สามารถไปต่อได้อย่างในกรณีนี้


แหล่งข้อมูลอ้างอิง :
https://www.traveldailymedia.com/interview-tink-labs-ceo-terence-kwok-handy/
https://www.scmp.com/tech/start-ups/article/3021140/tink-labs-ceases-handy-smartphone-service-nearly-all-markets-it
 
เขียนโดย : พงศ์ปิติ เอกเธียรชัย
ผู้จัดการ
บริษัท ไลฟ์ฟินคอร์ป จำกัด (LiVE)

หรือแชร์บทความ

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

ยูนิคอร์น

บทความก่อนหน้า

7 เคล็ดลับ ช่วย Startup ให้ประสบความสำเร็จ

บทความถัดไป

30 สิ่งที่สตาร์ทอัพควรรู้เมื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ