บทความ

>

7 เคล็ดลับ ช่วย Startup ให้ประสบความสำเร็จ

7 เคล็ดลับ ช่วย Startup ให้ประสบความสำเร็จ

HIGHLIGHT :

ด้วยสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ช่วงเวลานี้จึงเป็นโอกาสทองของธุรกิจเล็กๆ ไอเดียล้ำๆ ที่จะก้าวเข้ามาสร้างธุรกิจของตนเองในฐานะผู้เล่นหน้าใหม่ แต่การจะทำ Startup ให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย หลายธุรกิจล้มหายตายจากไป บางธุรกิจต้องล้มลุกคลุกคลานกว่าจะสำเร็จ บทความนี้จึงขอนำเสนอ 7 เคล็ดลับเพื่อเพิ่มโอกาสแห่งความสำเร็จให้กับธุรกิจ Startup

เวลาในการอ่าน  5  นาที

การทำธุรกิจในปัจจุบันนั้น ได้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้กันอย่างคึกคัก เกิดการสร้างสรรค์และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากเทคโนโลยีไม่เว้นแต่ละวัน ขณะที่ธุรกิจที่ก่อตั้งมานานแล้วก็พบว่าเป็นเรื่องยากในการก้าวให้ทันเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการที่ตลาดเองก็เปิดโอกาสให้ธุรกิจที่มี Idea ใหม่ๆ จึงถือได้ว่าเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ดีและเป็นโอกาสของสตาร์ทอัพที่มีไอเดียดีๆ ที่อยากจะก้าวเข้ามาทำธุรกิจของตนเอง

สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ก็ถือได้ว่าเอื้อต่อผู้เล่นหน้าใหม่ ด้วยเงินทุนจาก Venture Capital ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งเงินทุนที่แข็งแกร่งในการที่จะสนับสนุนโครงการต่างๆ และผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ที่ลงทุนโดยตรงกับธุรกิจใหม่พร้อมกับการเป็นพี่เลี้ยง ให้คำปรึกษากับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ แม้แต่ธุรกิจที่เป็นเพียง Idea เริ่มต้น (Earliest Stage Idea) ก็มีโอกาสที่จะขยายตัวได้อย่างรวดเร็วและประสบความสำเร็จ

ถึงแม้สตาร์ทอัพจะมีสภาพแวดล้อมที่ดี แต่จากการศึกษาพบว่า 75% ของสตาร์ทอัพไม่ประสบความสำเร็จ และอัตราความล้มเหลวของบริษัท(ที่จดทะเบียนการค้า) ในสหรัฐอเมริกา หลังจากทำธุรกิจหลัง 5 ปีเป็นต้นไปมีโอกาสล้มเหลว 50% และหลังจาก 10 ปีเป็นต้นไป มีโอกาสที่จะล้มเหลวมากถึง 70% ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งเตือนใจได้เป็นอย่างดีว่า ไม่มีอะไรรับประกันความสำเร็จในการทำธุรกิจได้ ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จนั้น มักเป็นผู้ที่คิดนอกกรอบและมีปัจจัยพิเศษบางอย่าง (X factor) ที่ยากจะเลียนแบบได้      อย่างไรก็ตาม มีขั้นตอนที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้เพื่อเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จได้ ดังนี้

1. เริ่มต้นด้วยการมีเป้าหมายที่ชัดเจน

เส้นทางของการเป็นผู้ประกอบการนั้นจะต้องมาจาก Passion และการมีเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นเส้นทางที่ท้าทาย มีขึ้นมีลง ซึ่งบางครั้งอาจทำให้ผู้ประกอบการรู้สึกอยากจะยอมแพ้ สตาร์ทอัพมักเจอกับสถานการณ์ที่เรียกว่า Make-or-Break Moment คือถ้าไม่ประสบผลสำเร็จ ก็ล้มเหลวไปเลย แต่ผู้ที่ประประสบความสำเร็จนั้น เป็นเพราะความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายที่มีเหนือกว่าอุปสรรคทั้งปวง การเข้าใจว่าทำไม (Why) คุณถึงอยากสร้างธุรกิจนี้ขึ้นมานั้นสำคัญกว่าการถามว่าอย่างไร (How) เสียอีก ยกตัวอย่างเช่น วิสัยทัศน์ (Vision) ของ Amazon ที่ต้องการจะเป็นที่สุดของโลกในการเป็น “บริษัทที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (customer-centric company)” ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ และถึงแม้ว่าวันเวลาจะผ่านไป ความตั้งใจนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยน และยังเป็นแนวทางของการทำงานทุกขั้นตอน

2. กล้าได้กล้าเสีย

Steve Jobs เคยกล่าวไว้ว่า “คนที่บ้าพอที่จะคิดว่าตัวเองสามารถเปลี่ยนโลกได้ คือคนที่สามารถเปลี่ยนโลกได้จริงๆ” การทำธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไปอาจไม่สามารถทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างที่ตั้งใจ ผู้ประกอบการควรเริ่มคิดให้แตกต่างและกล้าที่จะเสี่ยง ซึ่งความเต็มใจรับความเสี่ยงเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง นี้เองคือสิ่งที่ทำให้ Jeff Bezos Elon Musk และ Jack Ma ประสบความสำเร็จ และยังทำให้สตาร์ทอัพเล็กๆ ที่กล้าฝัน สามารถก้าวขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ด้วย

3. ขับเคลื่อนนวัตกรรม

นวัตกรรมเป็นรากฐานและเป็น Core Value ของผู้ประกอบการ ความเข้าใจลูกค้าและ Pain Point ของลูกค้าอย่างลึกซึ้งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ผู้ประกอบการต้องมีประสบการณ์จริงจึงจะรู้ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ซึ่งจะนำไปสู่ไอเดียที่ตลาดต้องการจริงๆ (market-defining ideas) แน่นอนว่าประสบการณ์และ Passion ของผู้ประกอบการ ยังไม่เพียงพอ ยังต้องมีความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วย จึงจะสามารถสร้างนวัตกรรรมที่ทรงพลังได้

4. สร้างทีมที่สมดุล

การจะให้คนใดคนหนึ่งที่แม้จะเป็นคนเก่ง แต่จะให้เก่งครบทุกทักษะและสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จด้วยตัวคนเดียวนั้นคงเป็นไปไม่ได้  สิ่งที่ผู้ประกอบการทำพลาดอยู่บ่อยครั้งคือ การมองหา ผู้นำในแบบที่ตัวเองต้องการ มากกว่าจะมองหาคนมาเสริมทีม บริษัทจำเป็นที่จะต้องสร้างทีมที่สมดุล ไม่เพียงหาผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กรเท่านั้น แต่ต้องหาคนที่มีพื้นฐานและทักษะที่หลากหลายเพื่อเข้ามาเสริมทีมด้วย การสร้างทีมที่สมดุลนี้จะเห็นได้จาก Larry Page และ Sergey Brin ของ Google

5. ระดมทุนอย่างระมัดระวัง

การขาดแคลนเงินทุนสามารถทำให้สตาร์พอัพล้มไม่เป็นท่าได้ทันที ผู้ประกอบการหลายรายพยายามชะลอการระดมทุนเพื่อรักษาความเป็นเจ้าของไว้ แม้จะมีเงินทุนไม่เพียงพอ ซึ่งมันเป็นความเสี่ยงของธุรกิจ ถ้ากำลังจะระดมทุนเป็นครั้งแรก ก็ควรเตรียมตัวเตรียมใจว่าจะต้องเสียอำนาจการควบคุมบางส่วนในบริษัทไป แต่การระดมทุนที่มากเกินไปก็อาจจะทำให้บริษัทใกล้ถึงจุดจบได้ ผู้ประกอบการหลายรายติดอยู่ในวังวนของการระดมทุน และวัดค่าความสำเร็จจากประเมินมูลค่า (Valuation) ผู้ประกอบการจึงควรให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาของลูกค้า และอย่าสร้างธุรกิจเพียงเพื่อกำหนดมูลค่าในครั้งต่อไป

6. จงอดทน

เส้นทางของผู้ประกอบการเหมือนรถไฟเหาะ มีทั้งขึ้นทั้งลงหลายรอบ มีทั้งโอกาสที่จะประสบความสำเร็จและล้มเหลว ดังนั้นในการทำธุรกิจระยะยาว ผู้ประกอบการจึงต้องมีความอดทน พร้อมรับมือและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง หากเริ่มต้นด้วยการตั้งเป้าหมายไว้สูง เมื่อผ่านไปสองปี ผู้ประกอบการอาจจะรู้สึกว่าไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คิดและอยากจะยอมแพ้ แต่ถ้าหากไม่ย่อท้อและยังคงมุ่งมั่นในเป้าหมายของตัวเอง ไม่เกินห้าปีก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

7. การจัดการสิ่งต่างๆ ในเวลาเดียวกัน

ผู้ประกอบการจำเป็นต้องสร้างสมดุลท่ามกลางสิ่งต่างๆ ในเวลาเดียวกัน ต้องคำนึงถึงทั้งการดำเนินธุรกิจประจำวันและในขณะเดียวกันก็ยังต้องคิดเชิงกลยุทธ์ ต้องวางแผนระยะสั้นและเตรียมการสำหรับระยะยาว ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและมีการเติบโตพร้อมกับรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัท ซึ่งความสามารถในการจัดการความต้องการที่หลากหลายควบคู่กันไปนี้ จะเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่สุดสำหรับผู้ประกอบการในศตวรรษที่ 21

ถึงแม้สภาพแวดล้อมจะเป็นตัวช่วยสนับสนุนการสร้างธุรกิจของตนเอง แต่ผู้ประกอบการที่จะก้าวข้ามอุปสรรคไปได้นั้น แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องของความ “โชคดี” หรือ “ฟลุ๊ค” ผู้ประกอบการต้องสร้างคุณสมบัติที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจพบเส้นทางแห่งความสำเร็จให้ได้


Credit : บทความ “Seven Tips To Increase The Odds Of Tech Startup Success”
https://www.forbes.com/
 
สรุปและเรียบเรียงโดย :
1. ปิยารมย์ ปิยะไทยเสรี ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ประกอบการ
ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ประกอบการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
2. อาภาพรรณ แถลงศรี
นิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

 

หรือแชร์บทความ

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เคล็ดลับทำธุรกิจ
ปัจจัยความสำเร็จ

บทความก่อนหน้า

กับดักอันตรายของสตาร์ทอัพในการนำเสนอแผนธุรกิจ

บทความถัดไป

เมื่อยูนิคอร์นปีกหัก