บทความ

>

ส่องเวียดนามกับสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์น

ส่องเวียดนามกับสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์น

HIGHLIGHTS :

  • เรียนรู้พฤติกรรมและความสนใจของประชากร (โดยเฉพาะวัยรุ่น) ในเวียดนามกับแนวทางการเรียนรู้เทคโนโลยีเพื่อการเพิ่มโอกาสในการทำงานในอนาคต นอกจากนี้ความง่ายของ e-commerce และ online shopping ยังเป็นส่วนผลักดันให้เกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้และใช้เทคโนโลยี
  • รู้จัก VNG หรือ Vinagame บริษัทด้าน internet ที่เติบโตจนเป็น Unicorn ตัวแรกของเวียดนาม
เวลาในการอ่าน  2  นาที

เราคงได้ยินมาบ้างเกี่ยวกับสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นในภูมิภาคอาเซียนที่มีมูลค่าธุรกิจมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หนึ่งในนั้นคือสตาร์ทอัพจากเวียดนามซึ่งเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรใกล้เคียงกับไทย

เวียดนามทำอย่างไรจึงสามารถส่งเสริมสตาร์ทอัพให้เติบโตขึ้นมาได้และเราจะเรียนรู้จากเวียดนามได้อย่างไร

เวียดนามเป็นประเทศที่สตาร์ทอัพเกิดขึ้นมากมาย หลายบริษัทมีศักยภาพ อาทิ VNG บริษัทด้าน internet ที่เป็น Unicorn ตัวแรก, Sendo บริษัทด้าน online market place, Topica Edtech บริษัทด้านเทคโนโลยีการศึกษา, Momo บริษัทฟินเทคด้านระบบชำระราคา, Tiki บริษัทด้าน online retailer บริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่มีการระดมทุนถึงระดับ Series C หรือ D มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ

แต่บริษัทที่น่าสนใจและน่าจับตามองมากที่สุดคือ VNG ที่มี Fund Manager และ Private Equity หลายแห่งให้ความสนใจ บริษัทนี้สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างไร

การเติบโตด้านเทคโนโลยีของเวียดนาม

เมื่อดูสถิติโครงสร้างประชากรของเวียดนามพบว่า ประชากรในช่วงอายุ 15-25 ปีมีอัตราการรู้หนังสือสูงถึง 98.5% มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 91%

นอกจากนี้ประชากรมากกว่า 1 ใน 3 มี Smartphone ใช้งาน ทำให้เวียดนามมีอัตราการเข้าถึงเทคโนโลยีสูงเป็นอันดับสองในอาเซียนรองจากอินโดนีเซีย

จากการสำรวจของ World Economic Forum พบว่าวัยรุ่นในเวียดนามมีความเชื่อว่า การเรียนรู้เทคโนโลยีจะช่วยให้เพิ่มโอกาสในการหางานในอนาคต นอกจากนี้ความง่ายของ e-commerce และ online shopping ยังเป็นส่วนผลักดันให้เกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้และใช้เทคโนโลยี

เด็กวัยรุ่นในเวียดนามมีความกระหายเรียนรู้ทักษะด้านดิจิทัลแทนที่จะไปเดินชอปปิ้ง โดยเข้าร่วมโครงการอบรมต่างๆ เช่น Microsoft’s Enabling Boat program ที่ใช้เรือเป็นศูนย์การเรียนรู้สอนวิธีการสร้างเกมแบบง่ายๆ

จุดกำเนิดของ VNG

VNG ก่อตั้งขึ้นในปี 2003 โดย Le Hong Minh ซึ่งเป็นคนที่หลงใหลเกม มีฐานอยู่ในโฮจิมินห์ จุดเริ่มต้นมาจากการตั้งห้องเกมในอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ จนก่อตั้งเป็น Vinagame เพื่อทำเกมภาษาเวียดนาม จนปี 2009 เปลี่ยนชื่อเป็น VN เพื่อขยายธุรกิจสู่โลกโซเชียลและโมบาย เช่น ใช้แบรนด์ Zing ทำ music streaming, new channel, chat gaming platform, education portal ใช้ Zalo ทำ chat app เหมือน LINE ที่มีคนใช้กว่า 15 ล้านคน, 123 Pay(ZingPay) ทำ payment, VNG Digital ทำ Digital Ads

Le Hong Minh จบบริหารธุรกิจด้านการเงินการธนาคารจาก Monash University Melbourne ออสเตรเลีย หลังเรียนจบได้ทำงานด้านการบริหารการลงทุนให้หลายบริษัทเช่น PWC, VinaCapital

บริษัทมีการระดมทุน 3 รอบผ่านผู้ลงทุนรายใหญ่ 3 รายคือ IDG Ventures Vietnam, Tencent Holding และ CyberAgent Capital และล่าสุด Temasek ได้ลงทุน 28.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้มูลค่าบริษัทอยู่ที่ 2,770 ล้านเหรียญสหรัฐ

กลยุทธ์การเติบโตของ VNG

Hong Minh เองก็ยอมรับว่า e-commerce เป็นส่วนที่ทำให้ธุรกิจของ VNG เติบโตเร็ว ผู้บริโภคมีการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานจาก content based ในธุรกิจประเภท Gaming, Streaming ไปเป็น transaction based ที่มีการซื้อขายสินค้า แม้ว่ามูลค่าธุรกรรมจะยังไม่มากก็ตาม

e-commerce ในเวียดนามใช้กลยุทธ์ cash-on-delivery (COD) และเจาะกลุ่มคนเล่นเกมที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีและออนไลน์ คนเวียดนามกว่า 1 ใน 5 ที่เป็นคนเล่นเกม คนเหล่านี้คุ้นเคยกับระบบการซื้อบัตรเติมเงิน สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมจากการเติมเงินในเกมเป็นการซื้อของได้ไม่ยาก อีกทั้งคนที่เล่นเกมจะเห็นโฆษณาแบรนด์ต่างๆ ในเกมจนเกิดความคุ้นเคย

ตลาดเกมและโฆษณาออนไลน์มีการเติบโตมากกว่า 50% ในหลายปีที่ผ่านมา e-commerce และเกมออนไลน์จึงเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการเติบโตด้านดิจทัลของเวียดนาม

Hong Minh ได้ฝากข้อคิดให้ผู้ประกอบธุรกิจสตาร์ทอัพ

ทุกคนมี Smartphone สามารถเชื่อมต่อคนได้เป็นร้อยเป็นพัน นั่นเป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดา “อย่าทำธุรกิจจากสิ่งที่แสนธรรมดาเพียงแต่ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เห็นในปัจจุบัน เพราะโลกในอนาคตจะมีอีกหลายสิ่งที่แสนวิเศษเกินจินตนาการเกิดขึ้นอีกมากมาย” นั่นคือสิ่งที่คุณควรจะคิดและเป็นธุรกิจที่คุณควรทำ

สตาร์ทอัพโดยมากต้องการใช้เงินเพื่อสร้างการเติบโต แต่ Hong Minh กลับเห็นต่างโดยเฉพาะการขอเงินจาก Venture Fund “อย่าคิดเพียงขอให้ได้เงิน จงทำในสิ่งที่ทำให้ผู้คนเห็นแล้วอยากให้เงินคุณ เพราะถ้าคุณเดินไปเพียงเพื่อขอเงิน มันจะมีภาระที่สร้างความเจ็บปวดตามมา”

บทสรุป

การเติบโตของสตาร์ทอัพในเวียดนามได้รับแรงขับเคลื่อนจากอัตราการใช้อินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือของประชากรรุ่นใหม่ของประเทศ ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้ง online market place, payment, game ได้รับผลตอบรับที่ดีในการขยายธุรกิจ

นอกจากนี้การที่ประชากรรุ่นใหม่ให้ความสำคัญต่อการเรียนรู้เทคโนโลยีเพื่อใช้สำหรับการประกอบอาชีพในอนาคต ส่งผลให้เวียดนามมีประชากรด้านเทคโนโลยีเติมเข้าในระบบตลอดเวลา

VNG ได้อาศัยการเติบโตของอินเตอร์เน็ตในการสร้างธุรกิจ โดยเริ่มจากธุรกิจเกมที่เป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นเพื่อสร้างฐานลูกค้าขนาดใหญ่ ก่อนต่อยอดขยายมาด้าน e-commerce และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เป็นการสร้าง complete solution เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีอยู่

สตาร์ทอัพไทยเองสามารถศึกษากรณีตัวอย่างเหล่านี้ เพื่อวางแผนในการขยายธุรกิจให้ครอบคลุมบริการมากขึ้นทั้งในแนวราบและแนวดิ่งโดยอาศัยฐานลูกค้าที่มีในผลิตภัณฑ์หลัก นั่นคือ สิ่งที่เราอาจได้เห็นสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นจากไทยในเร็วๆ นี้


แหล่งข้อมูลอ้างอิง :
https://www.weforum.org/agenda/2018/09/le-hong-minh-ceo-dont-be-normal-startup-advice/
https://www.temasek.com.sg/en/news-and-views/stories/future/generation-v-how-vietnams-youths-are-powering-the-e-conomy.html
 
เขียนโดย : พงศ์ปิติ เอกเธียรชัย
ผู้จัดการ
บริษัท ไลฟ์ฟินคอร์ป จำกัด (LiVE)

หรือแชร์บทความ

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

ยูนิคอร์น
การเติบโตของธุรกิจ
เทคโนโลยี
กรณีศึกษา

บทความก่อนหน้า

Growth Hacking...แค่การตลาดสร้างกระแสเท่านั้นหรือ?

บทความถัดไป

กับดักอันตรายของสตาร์ทอัพในการนำเสนอแผนธุรกิจ