เราจะบริหารโอกาสอย่างไร ให้ตอบโจทย์ธุรกิจ เมื่อมีโอกาสเข้ามาพร้อมๆ กัน

เราจะบริหารโอกาสอย่างไร ให้ตอบโจทย์ธุรกิจ เมื่อมีโอกาสเข้ามาพร้อมๆ กัน

June 1, 2022614


HIGHLIGHTS :  



“โอกาส” เป็นสิ่งสำคัญและส่งผลต่อการประสบความสำเร็จทั้งในชีวิตและธุรกิจ หากมีโอกาสที่หลากหลายเราจะเลือกโอกาสไหนดี ลองจินตนาการว่า โอกาสที่เราจะทำงานนี้จนประสบความสำเร็จมีสูงมากใช่ไหม และถ้าสำเร็จแล้วชีวิตเราจะดีขึ้นมากหรือไม่ ถ้าคำตอบทั้งสองคำถาม คือ ใช่ รีบคว้าโอกาสในการทำทันที นักธุรกิจทุกคนที่ประสบความสำเร็จ ล้วนคว้าโอกาสโดยการทำทันที และทำจนกว่าจะถึงเป้าหมาย



เวลาในการอ่าน 5 นาที







“โอกาส” เป็นสิ่งสำคัญและส่งผลต่อการประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้านทั้งด้านชีวิต และการทำธุรกิจ เพราะถ้าเราลองสังเกต ความสำเร็จของผู้ประกอบการที่ใครหลายคนได้เห็นในปัจจุบัน ล้วนมาจากการได้โอกาสที่ใช่ ทั้งการตอบสนองลูกค้า การตอบสนองต่อปัญหา หรือการตอบสนองความถนัดและความหลงใหลของตนเอง จนเกิดเป็นมูลค่าธุรกิจตั้งแต่หลักสิบล้าน ร้อยล้าน จนถึงพันล้านบาท



โอกาสมีอยู่ทุกที่ และสามารถมาได้อย่างหลากหลายทั้งจากผู้คน ไอเดีย สิ่งของ หรือสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เราได้ริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อการสร้างธุรกิจ เปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา ซึ่งการที่เราจะเลือกทำโอกาสอันหนึ่ง ก็อาจทำให้เราเสียโอกาสในการทำอีกสิ่งหนึ่ง อย่างที่ศัพท์ทางเศรษฐศาสตร์ เรียกว่า ต้นทุนค่าเสียโอกาส ซึ่งก็ต้องเปรียบเทียบให้ดีว่า เราจะเลือกโอกาสไหนดี? เนื่องจากเวลาจำกัด เราจึงไม่สามารถทำได้ทุกอย่าง เลือกทำได้แค่โอกาสที่สำคัญ และตอบตามเป้าหมายชีวิตของเรา



มีคำถามหนึ่งที่สำคัญที่บางคนอาจเกิดข้อสงสัย คือ ถ้าตอนนี้ เราเจอหลายโอกาสพร้อมๆ กัน แล้วเราจะเลือกโอกาสอย่างไรดี ให้ตอบโจทย์กับเรามากที่สุด?



หลักการบริหารโอกาส รวมถึงการเลือกโอกาสนั้นจริงๆ แล้ว มีหลักการคล้ายๆ กับหลักการบริหารความเสี่ยง ที่จะมองความเสี่ยงใน 2 มิติ ก็คือ โอกาสที่จะเกิดความรุนแรงของสิ่งนั้น และสิ่งนั้นถ้าเกิดขึ้น จะมีระดับความรุนแรงแค่ไหน



อะไรก็ตามที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงและหากเกิดขึ้นแล้วมีความรุนแรงมาก แบบนี้ เรียกว่า มีระดับความเสี่ยงสูง เราต้องรีบจัดการโดยเร็ว แต่ในขณะเดียวกัน อะไรที่มีโอกาสเกิดขึ้นต่ำ และถึงแม้จะเกิดขึ้นก็มีความรุนแรงน้อยมาก แบบนี้เอาไว้จัดการทีหลังก็ได้



โอกาสก็เช่นเดียวกับความเสี่ยง แต่เป็นในทางบวก อะไรก็ตามที่มีโอกาสสำเร็จสูง และถ้าเป็นจริงแล้วจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นมาก แบบนี้ควรต้องรีบตัดสินใจทำ ในขณะที่อะไรที่มีโอกาสสำเร็จต่ำ แถมถ้าทำสำเร็จแล้วก็ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นสักเท่าไหร่ อย่างนี้ปล่อยผ่านไปได้



ดังนั้น เวลาเราจะเลือกทำธุรกิจ หรือโปรเจกต์อะไรสักอย่าง ลองคิดในมุมนี้ว่า โอกาสที่เราจะทำงานนี้จนประสบความสำเร็จมีสูงมากใช่ไหม และถ้าสำเร็จแล้วชีวิตเราจะดีขึ้นมากหรือไม่ ถ้าคำตอบทั้งสองคำถาม คือ ใช่ รีบคว้าโอกาสในการทำทันที นักธุรกิจทุกคนที่ประสบความสำเร็จ ล้วนคว้าโอกาสโดยการทำทันที และทำจนกว่าจะถึงเป้าหมาย



แต่ถ้าตอบ ใช่ แค่ข้อใดข้อหนึ่ง (แน่นอนว่า ถ้าตอบว่า ไม่ใช่ ทั้งคู่ ปล่อยผ่านได้เลย เสียเวลาในการทำสิ่งนั้นเปล่าๆ) ขอให้คำตอบข้อที่ตอบว่าใช่นั้นเป็น “ถ้าทำโอกาสนั้นสำเร็จ แล้วชีวิตของเราจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีมากๆ” แม้จะมีโอกาสที่จะสำเร็จในสิ่งนั้นอาจไม่เยอะก็ตาม เพราะในโลกการทำธุรกิจ เราสามารถเพิ่มโอกาสได้หลากหลายวิธี ทั้งการหาพันธมิตร เปลี่ยนวิธีการ เปลี่ยน Business Model หรือแม้แต่การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้



ส่วนถ้าตอบว่า ใช่ แค่ข้อเดียวในข้อ “โอกาสที่จะสำเร็จในสิ่งนั้นสูง” แต่ทำแล้ว ผลลัพธ์อาจไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงต่อชีวิตให้ดีขึ้นมากเท่าไหร่นัก ก็สามารถลองเลือกที่จะทำได้ ในกรณีที่เรายังไม่เจอโอกาสอะไรที่ดีกว่านี้ และยังมีเวลาเหลืออยู่ เพราะการทำสิ่งนี้ อย่างน้อยก็จะก่อให้เกิดผลลัพธ์บางอย่างที่มากกว่าไม่ทำอะไรเลยแน่ๆ แต่ถ้ามีหลายโอกาส อยากให้ลองพิจารณาว่า มีโอกาสอื่นๆ อะไรบ้างที่สามารถเปลี่ยนชีวิตของเราได้ มีความคุ้มค่า คุ้มเวลาและทรัพยากรของเรา ในการลงทุนมากกว่า



อย่างที่อาจารย์ นภดล ร่มโพธิ์ กล่าวไว้ในหนังสือ Future Mindset ที่ว่า “เวลาเลือกทำอะไรสักอย่าง ถ้ามันมีโอกาสสำเร็จสูง และถ้าสำเร็จแล้วจะดีกับชีวิตคุณมาก อย่าปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอยไปเป็นอันขาด” แล้วเราละครับ? ได้เจอโอกาสดังกล่าวแล้วหรือยัง?





อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : หนังสือ Future Mindset “เมื่อวิธีคิดที่คุณมี ใช้กับงานในวันพรุ่งนี้ไม่ได้” ของอาจารย์ นภดล ร่มโพธิ์



เขียนโดย: ธนโชค โลเกศกระวี



นักเขียนอิสระและผู้ประกอบการออนไลน์


แบ่งปัน :

คุณอาจจะสนใจ